หน้าแรก › บทความ › อาหารเสริมตามเป้าหมาย › ผมเสียเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรเป็นขั้นตอน

ผมเสียเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรเป็นขั้นตอน

แชร์บทความนี้
มายด์ถือแว่นขยายส่องพู่ไหมพรมยุ่ง ๆ เวลลี่ค่อย ๆ สางไหมพรมด้วยหวีซี่ห่างอันเล็ก
ในบทความนี้12 หัวข้อ

ผมเสียคือเส้นผมที่ผิวด้านนอกสึกจนแห้ง ฟู และขาดง่าย ตัวการหลักคือการฟอกสี การดัดยืด ความร้อน และการเสียดสีทุกวัน ส่วนที่เสียแล้วกลับเหมือนเดิมไม่ได้ แต่คุณหยุดไม่ให้เสียเพิ่ม ทำให้นุ่มขึ้น และค่อย ๆ เล็มส่วนเก่าออกได้ค่ะ

ถ้าเพิ่งจับปลายผมแล้วใจแป้ว ใจเย็นก่อนนะคะ สาเหตุส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่คุณปรับเองได้ เราเปิดงานวิจัยและคำแนะนำของแพทย์ผิวหนังมาเรียงเป็นขั้นตอนให้ และตรงไหนที่งานในคนยังน้อย เราจะบอกไว้เลย เพราะงานเรื่องเส้นผมจำนวนมากทำกับช่อผมในห้องแล็บ

TL;DRสรุปสั้นๆ อ่าน 30 วิ

ผมเสียเกิดกับเส้นผมส่วนที่งอกออกมาแล้ว ซึ่งไม่มีชีวิตและซ่อมตัวเองไม่ได้ ไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนที่พาเส้นผมกลับไปเหมือนเดิม สิ่งที่ได้ผลคือลดเคมี ลดความร้อน สางเบา ๆ ใช้คอนดิชันเนอร์ทุกครั้งหลังสระ แล้วค่อย ๆ เล็มปลาย ถ้าผมบาง ร่วงเป็นหย่อม หรือหนังศีรษะแสบไหม้ ให้ไปหาแพทย์ผิวหนังค่ะ

    1. ผมเสียคืออะไร ทำไมเส้นผมซ่อมตัวเองไม่ได้

    ผมเสียคือสภาพที่ผิวนอกของเส้นผมสึกหรือหลุดออก และบางครั้งโครงสร้างด้านในก็เปลี่ยนไปด้วย เส้นผมจึงหยาบ แห้ง และขาดง่าย มันซ่อมตัวเองไม่ได้ เพราะเส้นผมที่พ้นหนังศีรษะออกมาไม่มีชีวิตแล้ว ตามที่งานทบทวนของ Draelos (2013) เขียนไว้ การดูแลจากแพทย์จึงไปถึงแค่รากผมใต้หนังศีรษะ ส่วนเส้นที่งอกออกมาแล้วต้องดูแลจากภายนอกล้วน ๆ

    เส้นผมมีโปรตีนราว 80-85% น้ำ 10-13% และไขมัน 1-6% เมื่อตัดขวางดูจะเห็น 3 ชั้น

    • คิวติเคิล (cuticle): เกล็ดผิวนอกที่ซ้อนกันเหมือนกระเบื้องหลังคา ผมสุขภาพดีมี 6-8 ชั้น ถ้าเกล็ดเรียบ ผมจะลื่นและเงา ชั้นนี้ยังคุมไม่ให้น้ำและสารเคมีเข้าออกง่ายด้วย
    • คอร์เท็กซ์ (cortex): ชั้นกลางที่อยู่ใต้เกล็ด เม็ดสีผมอยู่ตรงนี้ สายโปรตีนในชั้นนี้ยึดกันด้วยพันธะไดซัลไฟด์ (ตัวล็อกทางเคมีที่กำหนดรูปทรงของเส้นผม)
    • เมดัลลา (medulla): แกนในสุด ซึ่งบางเส้นก็มี บางเส้นก็ไม่มี

    นึกภาพเชือกที่มีฉนวนหุ้มอยู่ก็ได้ค่ะ ฉนวนเริ่มลอกก่อน เชือกข้างในจึงเจอแรงเสียดสีและสารเคมีตรง ๆ แล้วค่อยเปื่อยตาม

    ลองคิดเรื่องเวลาดูด้วยค่ะ MedlinePlus ระบุว่าเส้นผมที่แข็งแรงยาวขึ้นราวครึ่งนิ้วต่อเดือน ถ้าคิดตามตัวเลขนี้ ผมยาว 12 นิ้ว (ราว 30 ซม.) มีปลายที่อายุราว 2 ปี เหมือนเสื้อตัวเดิมที่ซักและตากแดดมา 2 ปี ปลายผมจึงมักดูแย่กว่าโคนผม ข่าวดีคือผมที่งอกใหม่ยังไม่ได้ผ่านสารเคมีรอบเก่า

    ผู้หญิงผมยาวยืนหันหลังถือแก้วกาแฟ เห็นปลายผมยาว สื่อถึงเส้นผมที่สึกจากปลาย

    2. ผมเสียเป็นยังไง ดูจากอะไรได้บ้าง

    ผมเสียดูได้จากผิวสัมผัสและการขาดของเส้นผม คุณอาจเจอหลายข้อพร้อมกัน ลองดูในตารางนี้ แล้วเทียบกับประวัติการทำผมของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา

    สิ่งที่เจอ น่าจะเกิดอะไรขึ้น
    ผมหยาบ ด้าน ไม่เงา เกล็ดผิวนอกไม่เรียบ และไขมันที่เคลือบผิวเส้นผมหลุดไป
    ผมฟู พันกัน หวียาก เส้นผมเสียดสีกันมากขึ้น แรงเสียดสีคือสาเหตุหลักของอาการชี้ฟู
    ปลายแตก ปลายเส้นผมเริ่มแยกเป็นแฉก แล้วมีโอกาสแตกลามขึ้นไปตามเส้น
    ผมขาดตอนหวีหรือมัด เส้นผมเปราะ ทนแรงดึงได้น้อยลง
    สีซีดเร็ว เม็ดสีเสื่อมจากแดดหรือสารเคมี โดยเฉพาะผมที่ผ่านการฟอก

    American Academy of Dermatology (AAD สมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐฯ) อธิบายว่าเส้นผมที่เสียจะเปราะและขาดง่าย ผมที่ขาดบ่อยจึงดูฟูและไม่แข็งแรง ถ้าปล่อยให้เสียต่อไปเรื่อย ๆ ก็อาจเห็นผมบางลงหรือเป็นหย่อมได้ เรายังไม่เจองานที่ยืนยันว่าวิธีเช็กเองที่บ้านวิธีไหนแม่นแค่ไหน ใช้ตารางนี้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ก็พอค่ะ ถ้าอยากไล่ดูทีละอาการ แวะอ่าน เช็กอาการผมเสียด้วยตัวเอง ต่อได้เลย

    โฆษณา

    3. ผมเสียเกิดจากอะไร ส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่เราทำกับมัน

    ใจความสำคัญ: ไล่ดูประวัติผมของตัวเองว่าโดนอะไรบ่อยสุด แล้วลดตัวนั้นก่อน

    ผมเสียส่วนใหญ่เกิดจากนิสัยการจัดแต่งทรงและสารเคมีที่ใช้เพื่อความสวย ตามที่งานทบทวนของ Draelos (2000) สรุปไว้ ถ้าวันนี้ผมของคุณเสีย ก็ไม่ได้แปลว่าร่างกายมีปัญหาเสมอไป ลองไล่ดูทีละกลุ่มค่ะ

    ฟอกและทำสี สารเคมีเข้าไปถึงแกนผมเลย

    สีผมแบบถาวรใช้ด่างเปิดเกล็ดผิวนอกให้พองก่อน แล้วให้สารย้อมเข้าไปเปลี่ยนสีในชั้นคอร์เท็กซ์ งานทบทวนของ He และคณะ (2023) อธิบายว่าการเปิดเกล็ดนี่เองที่ทำให้เกล็ดแตกหักและชั้นในโผล่ออกมา สีผมยังลอกไขมันบนผิวเส้นผมออกได้ ผมจึงหยาบและด้าน การฟอกจะหนักขึ้นตามความแรงของสูตร

    AAD แนะนำให้เลือกสีที่ต่างจากสีผมเดิมไม่เกิน 3 เฉด การทำสีให้เข้มลงมักทำร้ายน้อยกว่าการทำให้อ่อนลง เพราะการยกสีเกิน 3 เฉดต้องใช้เปอร์ออกไซด์เข้มข้นขึ้น ถ้าปัญหาของคุณเริ่มจากร้านทำสี ขั้นตอนดูแลแบบละเอียดอยู่ใน ผมเสียจากการทำสี ค่ะ

    🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 ผลไปทางเดียวกันแต่ทำในแล็บ
    งานของ Grosvenor และคณะ (2018) ฟอกเส้นผมไล่ความแรงขึ้นเรื่อย ๆ พบว่ายิ่งฟอกหนัก โปรตีนยิ่งหลุดออกมามาก และความเสียหายลงไปถึงชั้นคอร์เท็กซ์ งานของ Silva และคณะ (2004) วัดโปรตีนที่หลุดตอนหวี ผมฟอกหลุด 4.85-5.35 มก. ต่อผม 1 กรัม ส่วนผมที่ไม่เคยผ่านเคมีหลุด 0.875-1.03 มก. ต่างกันราว 5 เท่า ทั้งสองงานใช้ช่อผมตัวอย่าง ไม่ได้ติดตามคนจริงในชีวิตประจำวัน

    ดัดและยืด ตัดตัวล็อกในเส้นผมแล้วค่อยต่อใหม่

    น้ำยาดัดตัดพันธะไดซัลไฟด์ให้เส้นผมอ่อนจนจัดทรงได้ แล้วค่อยใช้น้ำยาอีกตัวล็อกทรงใหม่ He และคณะเขียนว่าขั้นตอนตัดพันธะนี้เป็นกลไกหลักที่ทำร้ายเส้นผม ผมที่ผ่านการดัดหรือยืดอาจเสียโปรตีน ความชื้น และแรงดึงที่ทนได้ งานเดียวกันรวมข้อมูลไว้ว่าน้ำยาดัดทำร้ายเกล็ดผมของคนเอเชียและคนแอฟริกันมากกว่าคนยุโรป แต่เรายังไม่เจองานแบบนี้ที่ทำกับผมคนไทยนะคะ

    ไดร์และเครื่องหนีบ ยิ่งร้อนผิวผมยิ่งช้ำ

    ความร้อนทำให้เกล็ดผิวนอกแตกร้าวได้ ความร้อนยิ่งสูง ความเสียหายบนผิวผมยิ่งมาก งานที่เรายกมาด้านล่างเป็นงานในแล็บ แต่แนวทางตรงกับคำแนะนำของ AAD ที่ให้ใช้ไฟต่ำหรือปานกลาง จำกัดการใช้ และใช้ผลิตภัณฑ์กันความร้อน

    🔬 งานวิจัยบอกว่า · ⚪ หลักฐานยังน้อย
    งานของ Lee และคณะ (2011) สระและเป่าช่อผมยาว 20 ซม. วันละครั้งรวม 30 รอบ ผิวผมเสียหายเพิ่มตามอุณหภูมิ และเสียหนักสุดที่ 95 องศาเซลเซียส (เป่าห่าง 5 ซม.) ส่วนกลุ่มปล่อยแห้งเองผิวนอกดูดี แต่ชั้นยึดระหว่างเซลล์กลับบวม ผู้วิจัยจึงเสนอให้เป่าห่าง 15 ซม. และขยับไดร์ตลอด งานของ Lima และคณะ (2019) ใช้เครื่องหนีบกับตัวอย่างชุดละ 3 ชิ้น พบโปรตีนหลุดจากผมคนเอเชียมากกว่าผมคนตะวันตก จึงยังเป็นข้อมูลขั้นต้น

    งานของ Okamoto และคณะ (2003) ก็พบว่าการเป่าผมเปียกให้แห้งเร็วทำให้ชั้นเกล็ดแยกตัวและเปราะลง

    ผู้หญิงเป่าผมด้วยไดร์ ผมปลิว สื่อถึงความร้อนที่ทำให้ผมเสีย

    หวีแรง เช็ดแรง มัดแน่น ค่อย ๆ สะสมทุกวัน

    แรงเสียดสีดูเล็กน้อยก็จริง แต่มันเกิดทุกวัน งานของ Robbins และ Kamath (2007) พบว่าเวลาหวีผมแห้ง ยิ่งหวีหลายครั้ง ปลายผมยิ่งขาดเป็นท่อนสั้นเพิ่มขึ้น ส่วนตอนเปียก เส้นผมจะอ่อนลงจากน้ำ แรงที่ทนได้ลดลง และเจอแรงเสียดสีสูงกว่า จึงขาดเป็นท่อนยาวได้มากขึ้น

    AAD จึงเตือนเรื่องการขยี้ผมด้วยผ้าขนหนู การแปรงตอนเปียก การมัดแน่น ๆ และการต่อผมนานเกิน 2-3 เดือน ส่วนการแปรงผมวันละ 100 ครั้งที่เคยได้ยินกันนั้น AAD บอกว่าเป็นความเชื่อผิด ๆ ค่ะ

    แดด คลอรีน และอายุก็มีส่วน

    งานทบทวนของ Šebetić และคณะ (2008) อธิบายว่ารังสี UVB ทำให้โปรตีนในเส้นผมหลุดหาย ส่วน UVA ทำให้สีผมเปลี่ยน AAD เสริมว่าแดดทำให้ผมอ่อนแรง แห้ง หยาบ และเปราะ โดยเฉพาะผมที่ผ่านการทำสี ฟอก หรือดัด สารเคมีในสระว่ายน้ำก็ทำให้ผมแย่ลงได้เช่นกัน ส่วนงานของ Takahashi และคณะ (2015) ซึ่งเก็บเส้นผมผู้หญิงญี่ปุ่นอายุ 10-70 ปี พบว่าเกล็ดผิวนอกทนแรงจากการหวีได้น้อยลงตามอายุ ผู้เขียนคนแรกสังกัดฝ่ายวิจัยของบริษัทผลิตภัณฑ์ดูแลผม

    4. ผมเสียแก้ยังไง เริ่มจาก 6 ขั้นตอนนี้

    ใจความสำคัญ: ทำตามลำดับจากข้อ 1 ไปข้อ 6 โดยเริ่มจากเว้นการทำเคมีก่อนซื้อของใหม่

    ผมเสียแก้ด้วยการตัดสาเหตุก่อน แล้วค่อยเพิ่มตัวช่วย วิธีบำรุงผมที่เรียงไว้ด้านล่างมาจากคำแนะนำของแพทย์ผิวหนังเป็นหลัก ทำได้ที่บ้านโดยไม่ต้องซื้อของเยอะ

    1. เว้นการทำเคมีให้นานขึ้น: AAD แนะนำให้ยืดเวลาการเติมสี ดัด หรือยืดออกไป โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้ง อาจเป็นทุก 8-10 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น และทำทีละอย่าง
    2. สระที่หนังศีรษะ ไม่ขยี้ปลายผม: นวดแชมพูที่หนังศีรษะ ตอนล้างออกให้ฟองไหลผ่านเส้นผมเอง
    3. ใช้คอนดิชันเนอร์ทุกครั้งหลังสระ: ผมแห้งหรือผมหยิกทาได้ทั้งเส้น ผมเส้นเล็กหรือผมตรงทาเฉพาะปลาย
    4. ซับผมแล้วสางจากปลายขึ้นไป: ใช้ผ้าขนหนูหรือเสื้อยืดห่อซับน้ำ แล้วใช้หวีซี่ห่างสางจากปลายขึ้นมาทีละนิด ผมตรงให้รอแห้งหมาด ๆ ก่อน ผมหยิกสางตอนมีคอนดิชันเนอร์อยู่ในผม
    5. ลดความร้อน: ปล่อยแห้งเองเมื่อทำได้ ไดร์ไฟต่ำ จำกัดเวลาที่เครื่องหนีบแตะผม และใช้เครื่องมือร้อนไม่เกินสัปดาห์ละครั้งถ้าทำได้
    6. เล็มปลายและกันแดด: Draelos (2015) แนะนำให้คนผมบางซึ่งเส้นผมเปราะตัดผมบ่อยขึ้นเพื่อลดปลายแตก หลักเดียวกันน่าจะใช้กับผมเสียได้ ออกแดดให้ใส่หมวกปีกกว้าง ไปว่ายน้ำให้ใส่หมวกว่ายน้ำและล้างผมทันทีที่ขึ้นจากสระ

    ลองนึกถึงเสื้อไหมพรมตัวโปรด เราคงไม่ขยี้แรง ๆ แล้วปั่นแห้งไฟแรงทุกวัน เส้นผมที่เสียแล้วก็ต้องเบามือแบบเดียวกันค่ะ

    🔬 งานวิจัยบอกว่า · ⚪ หลักฐานยังน้อย
    ขั้นตอนเหล่านี้สมเหตุสมผลตามกลไกและงานในแล็บ และเป็นคำแนะนำของ AAD แต่เราไม่เจองานที่ติดตามคนจริงว่าทำครบทุกข้อแล้วผมดีขึ้นเท่าไหร่ จึงไม่มีตัวเลขว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ส่วนที่ค่อนข้างแน่คือผมที่เสียไปแล้วจะค่อย ๆ หมดไปเมื่อคุณเล็มออก

    หวีหลายแบบวางเรียงกัน สื่อถึงการเลือกหวีที่ไม่ดึงผมแรง

    5. สระผมทุกวันทำให้ผมเสียไหม

    สระทุกวันไม่ได้ทำให้ผมเสียเสมอไป งานทบทวนของ D’Souza และ Rathi (2015) เขียนว่าการสระบ่อยด้วยแชมพูสูตรดีไม่ทำร้ายเส้นผม ถ้าใช้คอนดิชันเนอร์ควบคู่ ความถี่จึงดูจากความมันของหนังศีรษะได้เลย AAD บอกว่าคนผมตรงและหนังศีรษะมันอาจสระทุกวัน ส่วนผมแห้ง ผมหยิก หรือผมหนา สระเท่าที่จำเป็นได้

    เรื่องที่ควรดูมากกว่าคือความแรงของแชมพู แชมพูที่ขจัดความมันแรงมากจะทิ้งให้ผมฟูและแห้ง งานทบทวนเดียวกันจึงแนะนำสูตรทำความสะอาดอ่อนสำหรับผมทำสี ดัด หรือผมแห้ง ส่วนวิตามินและสารสกัดที่ใส่ในแชมพูนั้น ผู้เขียนมองว่าอยู่บนเส้นผมแป๊บเดียวจึงไม่ควรหวังผลชัด เหมือนทาครีมแล้วล้างออกทันที

    ค่า pH (ตัวเลขบอกความเป็นกรดด่าง) ก็มีผลเหมือนกัน แชมพูที่ด่างกว่าเพิ่มประจุลบบนเส้นผม เส้นผมจึงเสียดสีกันมากขึ้น งานของ Dias และคณะ (2014) ตรวจแชมพู 123 ตัวในบราซิล พบค่า pH ตั้งแต่ 3.5 ถึง 9.0 มีเพียง 38% ที่ pH ไม่เกิน 5.5 งานนี้วัดค่าในขวด ไม่ได้วัดผลบนหัวคน จึงเป็นเหตุผลให้ลองแชมพูอ่อนลงได้ แต่ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าผมจะดีขึ้นแน่ ๆ

    บางคนสระทุกวันด้วยเหตุผลอื่น เช่น หวังให้ผมยาวไว ใครสงสัยเรื่องนี้ มีคำตอบแยกไว้ที่ ผมยาวเร็วขึ้นจริงไหม ค่ะ

    ผู้หญิงหลับตาสระผมที่อ่างสระ สื่อถึงการสระผมอย่างเบามือ

    6. ทรีทเม้นท์ น้ำมัน เซรั่ม ควรเริ่มจากอะไร

    ใจความสำคัญ: เริ่มจากคอนดิชันเนอร์ให้เป็นนิสัยก่อน แล้วค่อยเพิ่มตัวอื่นทีละตัว เพื่อให้รู้ว่าตัวไหนเข้ากับผมของคุณ

    ผมแห้ง ฟู แตกปลาย ควรเริ่มจากคอนดิชันเนอร์หลังสระทุกครั้ง เพราะเป็นตัวที่มีเหตุผลรองรับชัดกว่าตัวอื่น ทุกตัวในตารางนี้ทำได้แค่เคลือบ ลดแรงเสียดสี หรือช่วยให้เส้นผมดูดีขึ้น ไม่ได้ซ่อมเส้นผมให้กลับไปเหมือนเดิม

    ตัวช่วย ช่วยตรงไหน ใช้ตอนไหน หลักฐาน
    คอนดิชันเนอร์ เกาะบริเวณที่เสีย เกล็ดเรียบขึ้น หวีง่าย ผมขาดน้อยลงในแล็บ หลังสระทุกครั้ง พักราว 5 นาทีหรือตามฉลาก 🟡
    ทรีทเม้นท์เข้มข้น สูตรเข้มข้นกว่า อยู่บนผมนานกว่า ผมแห้งมาก พัก 20-30 นาทีหรือตามฉลาก ⚪
    น้ำมันใส่ผม ลดโปรตีนหลุดในบางงานแล็บ ก่อนสระหรือหลังสระ ⚪
    เซรั่มที่มีซิลิโคน เคลือบผิวเส้นผม ผมลื่นและเงาขึ้น ตามฉลาก ⚪

    ทรีทเม้นท์ผมและมาสก์ เคลือบได้ แต่ไม่ได้ซ่อมถาวร

    คอนดิชันเนอร์และทรีทเม้นท์มีสารประจุบวก ซึ่งเกาะกับเส้นผมที่มีประจุลบ โดยเฉพาะบริเวณที่เสีย เกล็ดผิวนอกจึงเรียบขึ้น หวีง่ายขึ้น และเงาขึ้น สูตรที่มีโปรตีนยังประสานปลายแตกได้ชั่วคราวด้วย แค่ชั่วคราวนะคะ สระไปเรื่อย ๆ ก็ต้องเติมใหม่

    D’Souza และ Rathi แบ่งไว้ว่าแบบใช้ทุกวันพักราว 5 นาที ส่วนแบบเข้มข้นพัก 20-30 นาที เหมาะกับผมแห้งมาก ถ้าอยากรู้วิธีลงให้ถูกจุดและวิธีเลือกตามสภาพผม อ่านต่อที่ ทรีทเม้นท์ผม ใช้ยังไงให้ได้ผล ค่ะ

    🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 มีงานบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทำกับช่อผม
    Robbins และ Kamath (2007) พบว่าการฟอกทำให้ผมขาดมากขึ้น ส่วนคอนดิชันเนอร์ตัวหนึ่งลดการขาดลงทั้งท่อนสั้นและท่อนยาว งานของ da Gama และคณะ (2018) ใส่สารปรับสภาพลงในน้ำยาทำสีแล้วพบความเสียหายลดลง แต่แรงที่ทำให้ผมขาดไม่ได้ต่างกัน ทั้งสองงานทำกับช่อผม เราจึงรู้ว่ามันช่วยได้ในแล็บ แต่ยังไม่รู้ขนาดของผลบนหัวคนจริง

    น้ำมันใส่ผม งานที่มีส่วนใหญ่ยังอยู่ในแล็บ

    น้ำมันมะพร้าวเป็นตัวที่มีงานเยอะกว่าเพื่อน งานของ Ruetsch และคณะ (2001) พบว่ามันซึมเข้าเส้นผมได้ ขณะที่น้ำมันแร่ซึมไม่เข้า ส่วนงานของ Rele และ Mohile (2003) พบว่าน้ำมันมะพร้าวลดโปรตีนที่หลุดออกจากผม ขณะที่น้ำมันดอกทานตะวันและน้ำมันแร่ไม่ช่วย ผู้วิจัยงานหลังอยู่ในฝ่ายวิจัยของบริษัทเอกชน อ่านผลจึงต้องเผื่อใจไว้หน่อย

    น้ำมันอาร์แกนก็มีงานของ Sharifi และคณะ (2022) ที่ทาบนเส้นผมตัดก่อนเจอสารออกซิไดซ์แล้วโปรตีนหลุดน้อยลง ส่วนน้ำมันโรสแมรี่เป็นคนละโจทย์ งานสุ่มของ Panahi และคณะ (2015) ดูผมบางจากกรรมพันธุ์ ไม่ได้ดูผมเสีย ถ้าจะเริ่มใช้น้ำมัน ดูวิธีใช้และวิธีเลือกได้ใน น้ำมันใส่ผม ใช้ยังไง เลือกแบบไหน ค่ะ

    น้ำมันมะพร้าวในขวดแก้วข้างมะพร้าวผ่าครึ่ง สื่อถึงน้ำมันใส่ผม

    เซรั่มบำรุงผม เคลือบให้ลื่น แต่เราเจองานตรง ๆ น้อย

    ซิลิโคนอย่างไดเมทิโคน (dimethicone) เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่พบในสูตรปรับสภาพผม D’Souza และ Rathi เขียนว่ามันสร้างฟิล์ม ให้ความเงา และความลื่นได้ดีกว่าน้ำมันธรรมชาติ ถ้าอ่านฉลากเซรั่มแล้วเจอชื่อนี้ ก็คาดหวังเรื่องผิวสัมผัสได้ แต่เราไม่เจองานที่วัดเซรั่มในคนผมเสียโดยตรง จึงยังบอกไม่ได้ว่าใช้ระยะยาวแล้วผมขาดน้อยลงเท่าไหร่ รายละเอียดว่าช่วยอะไร ใช้ตอนไหน อยู่ใน เซรั่มบำรุงผมแห้งเสีย ค่ะ

    7. ผมแห้ง ผมเสีย เป็นเรื่องเดียวกันไหม

    ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่มักมาด้วยกัน ผมแห้งพูดถึงความรู้สึกหยาบและขาดความนุ่ม ส่วนผมเสียพูดถึงโครงสร้างเส้นผมที่สึกไปแล้ว คนที่ไม่เคยทำเคมีเลยก็อาจรู้สึกผมแห้งได้ ถ้าแชมพูแรงเกินไป เพราะไขมันจากหนังศีรษะเป็นตัวปรับสภาพผมตามธรรมชาติ

    ผมเสียก็ไม่ได้แปลว่าขาดน้ำเสมอไป งานของ Lee และคณะที่พูดถึงในข้อ 3 วัดความชื้นในเส้นผมแล้วไม่ต่างกันจนสรุปได้ระหว่างกลุ่ม ทั้งที่ผิวผมเสียหายต่างกันชัด เราเลยตีความว่าความรู้สึกแห้งน่าจะมาจากผิวเส้นผมที่หยาบด้วย แต่นี่เป็นการตีความจากงานเดียวนะคะ

    อาการย่อยแต่ละแบบก็ต่างกันด้วย เช่น ปลายแตกเกี่ยวกับการแตกตามยาวของเส้นผม งานของ Taylor และคณะ (2024) เทียบเส้นผมจากอาสาสมัคร 2 คน พบว่าเส้นผมที่มีปัญหาแตกปลาย รอยแตกเริ่มจากด้านในแล้วลามไปไกล และการฟอกทำให้เส้นผมปกติแตกแบบเดียวกัน ส่วนชี้ฟูเกี่ยวกับแรงเสียดสีและประจุบนผิวผม ถ้าอาการหลักของคุณคือแห้งกระด้าง ไม่ได้ผ่านเคมีมา เริ่มที่ ผมแห้งเกิดจากอะไร จะตรงกว่าค่ะ

    8. กินวิตามินแล้วผมเสียจะดีขึ้นไหม

    กินวิตามินไม่ได้ซ่อมเส้นผมที่งอกออกมาแล้ว เพราะส่วนนั้นไม่มีชีวิตและไม่ได้รับสารอาหารจากเลือดต่อไปอีก สารอาหารจะมีผลกับรากผมที่กำลังสร้างเส้นใหม่ และงานที่มีส่วนใหญ่ดูเรื่องผมร่วง เราไม่เจองานที่วัดผมเสียจากสารเคมีหรือความร้อนโดยตรง

    🔬 งานวิจัยบอกว่า · ⚪ หลักฐานยังน้อย
    งานทบทวนของ Patel และคณะ (2017) เจอรายงานการใช้ไบโอตินกับผมและเล็บ 18 ราย ทุกรายมีภาวะผิดปกติอยู่ก่อน ผู้เขียนสรุปว่ายังไม่มีหลักฐานพอสำหรับคนสุขภาพดี Almohanna และคณะ (2019) ก็เขียนว่าคนสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องเสริมไบโอติน

    ถ้าอาหารการกินหลากหลายอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องรีบซื้อวิตามินมากินเพื่อผมเสียค่ะ ถ้ากำลังกินไบโอตินอยู่ ให้บอกหมอก่อนตรวจเลือด เพราะมันรบกวนผลแล็บได้ Almohanna และคณะอ้างข้อมูลของ FDA สหรัฐฯ ว่าไบโอตินเคยทำให้ผลตรวจกล้ามเนื้อหัวใจต่ำเกินจริงจนวินิจฉัยหัวใจขาดเลือดพลาด และผู้ป่วยเสียชีวิต

    ส่วนภาวะขาดธาตุเหล็กเกี่ยวกับผมร่วงแบบหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องผิวเส้นผมเสีย ถ้าสงสัยให้ตรวจเลือดกับแพทย์ก่อนเสริมเอง

    ไข่ต้มกับหน่อไม้ฝรั่งและมะเขือเทศในจาน สื่อถึงอาหารที่มีโปรตีนและผักหลายสี

    9. ผู้ชายก็ผมเสียได้ ดูแลด้วยหลักเดียวกัน

    เส้นผมผู้ชายเจอกลไกความเสียหายแบบเดียวกัน และเราไม่เจองานที่บอกว่าต้องดูแลต่างจากผู้หญิง สิ่งที่ต่างคือพฤติกรรม งานทบทวนของ He และคณะอ้างข้อมูลจากสหรัฐฯ และยุโรปว่า ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปราว 50-80% เคยทำสีผม ส่วนผู้ชายราว 10% แต่ตัวเลขนี้เป็นของประเทศตะวันตก ใช้แทนคนไทยไม่ได้

    คนผมสั้นได้เปรียบตรงที่ปลายผมอายุน้อยกว่า ถ้าคิดจากอัตราครึ่งนิ้วต่อเดือน ผมยาว 2 นิ้วมีอายุแค่ราว 4 เดือน ส่วนที่เสียจึงหมดไปได้เร็วเมื่อตัดผมตามรอบ แต่ถ้าเซ็ตผมด้วยไดร์ร้อนทุกเช้า ใช้ผลิตภัณฑ์อยู่ทรงนาน หรือว่ายน้ำบ่อย 6 ขั้นตอนข้างบนก็ใช้ได้เหมือนกัน รายละเอียดสำหรับหนุ่ม ๆ อยู่ใน ผมเสียในผู้ชาย ค่ะ

    10. ผมเสียอยู่ แต่อยากทำสีหรือยืดต่อ ควรทำยังไง

    ใจความสำคัญ: ถ้ายังทำเคมีต่อ ให้ทำทีละอย่าง เว้นระยะให้นาน และถามชื่อน้ำยาจากร้านทุกครั้ง

    ถ้ายังไม่รีบ การเลื่อนไปก่อนคือทางที่เสี่ยงน้อยกว่า งานทบทวนของ Hatsbach de Paula และคณะ (2022) เขียนว่าผมที่ยืดแล้วเปราะกว่าเมื่อเจอการทำผมอย่างอื่นซ้ำ ถ้าตัดสินใจทำ AAD แนะนำให้ทำบริการเดียวต่อรอบ หากต้องทำมากกว่าหนึ่งอย่าง ให้ดัดหรือยืดก่อน แล้วรอ 2 สัปดาห์ค่อยทำสี คำตอบเรื่องยืดโดยเฉพาะ รวมถึงผมแบบไหนควรรอ อยู่ใน ผมเสียอยู่แล้วยืดผมได้ไหม ค่ะ

    ยืดเคราตินที่คนเรียกกันว่าบำรุงไปด้วย ต้องอ่านให้ละเอียดขึ้นอีกนิด น้ำยายืดแนวนี้หลายสูตรใช้ฟอร์มาลดีไฮด์ (สารที่ระเหยเป็นแก๊สตอนโดนความร้อน) ตาม FDA สหรัฐฯ เมื่อน้ำยาโดนความร้อน แก๊สจะลอยในอากาศ ทำให้แสบตา จมูก คอ ไอ คลื่นไส้ และผื่นได้ และการได้รับในระดับสูงหรือเป็นเวลานานเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด

    ก่อนนั่งเก้าอี้ ให้ถามร้านว่าน้ำยามีชื่อต่อไปนี้ไหม คือ formaldehyde, formalin หรือ methylene glycol ถ้าร้านตอบไม่ได้และคุณเคยแพ้มาก่อน FDA แนะนำว่าอาจไม่ควรใช้ น้ำยาสำหรับร้านอาจไม่มีรายการส่วนผสมบนขวดด้วย

    🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 ผลยังต่างกันในแต่ละงาน
    งานทบทวนฉบับเดียวกันรวม 33 บทความ พบทั้งหนังศีรษะอักเสบ เส้นผมเสีย และผมร่วง และยังไม่รู้ผลระยะยาว งานของ Sanad และคณะ (2019) ในผู้หญิง 30 คน พบผมเรียบและเงาขึ้น กล้องธรรมดาเห็นเกล็ดที่หักดูดีขึ้น แต่ปลายแตกไม่ดีขึ้น และตัวอย่างที่ส่องด้วยกล้องอิเล็กตรอนไม่เห็นการซ่อมของเกล็ด มี 4 คนที่ผมร่วง และ 9 คนที่สีผมซีดลง ผมเงาขึ้นจึงยังไม่ได้แปลว่าเส้นผมกลับมาดีเหมือนเดิม

    11. ดูแลเองได้แค่ไหน เมื่อไหร่ควรไปหาหมอ

    ถ้าผมเสียจากการทำเคมี ความร้อน หรือการหวีแรง และหนังศีรษะปกติดี คุณดูแลเองที่บ้านได้เลย แต่ถ้าปรับการดูแลแล้วยังไม่ดีขึ้น AAD บอกว่าสาเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่การดูแลผม ให้ไปหาแพทย์ผิวหนัง

    ดูแลเองได้ก่อน

    • ผมแห้ง ฟู แตกปลาย โดยรู้ว่าเคยทำเคมีหรือใช้ความร้อนบ่อย
    • ผมขาดเป็นบางเส้นตอนหวีหรือมัด และหนังศีรษะไม่เจ็บ

    ควรให้หมอดู

    • ผมบางลงหรือร่วงเป็นหย่อม
    • หนังศีรษะแสบ เจ็บ เป็นแผล ลอกเยอะ หรือมีตุ่มหนอง
    • ผมแห้งเปราะร่วมกับอ่อนเพลีย ขี้หนาว น้ำหนักขึ้น หรือท้องผูก

    ⚠️ ข้อควรระวัง

    • แพ้น้ำยาย้อมผม: อาการอาจมีแสบ ผื่นคัน หรือตุ่มน้ำ และโผล่ช้าได้ถึง 72 ชั่วโมง NHS ของอังกฤษบอกว่าพบได้บ่อยและมักไม่รุนแรง ถ้าแย่ลงให้พบแพทย์
    • อาการแพ้รุนแรง: ปาก ลิ้น หรือคอบวมเร็ว หายใจลำบาก ตัวเขียวหรือซีด หรือสับสน หมดสติ ให้เรียกรถพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินทันที
    • ทดสอบก่อนย้อมทุกครั้ง: FDA ให้ทำ skin test ตามฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง เคยย้อมแล้วไม่แพ้ก็อาจแพ้ครั้งต่อไปได้ และคนที่เคยสักเฮนน่าดำมีความเสี่ยงแพ้มากขึ้น
    • อย่าย้อมคิ้วหรือขนตา: FDA ระบุว่าน้ำยาย้อมผมเคยทำให้ดวงตาบาดเจ็บถึงขั้นตาบอด
    • หนังศีรษะแสบระหว่างทำเคมี: ล้างออกทันทีแล้วปรึกษาแพทย์ ถ้าแผลไหม้ลึก รากผมตรงนั้นอาจถูกทำลายจนผมไม่งอกอีก
    • ไทรอยด์ต่ำ: ผมแห้งหรือเปราะร่วมกับอาการอื่นในรายการข้างบน อาจเป็นสัญญาณของภาวะไทรอยด์ต่ำ ซึ่งแพทย์ตรวจเลือดได้
    • ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคผิวหนังที่หนังศีรษะ: งานที่เราเปิดอ่านไม่ได้ดูกลุ่มนี้โดยตรง ควรถามแพทย์ก่อนทำเคมี

    12. คำถามที่พบบ่อย

    ผมเสียแก้ยังไงให้กลับมาเหมือนเดิม?

    เส้นที่เสียแล้วกลับเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะเส้นผมส่วนนั้นไม่มีชีวิต ทางที่ได้ผลจริงคือหยุดเคมีและความร้อนไม่ให้เสียเพิ่ม ใช้คอนดิชันเนอร์ให้ผมลื่นและดูดีขึ้นระหว่างรอ แล้วเล็มส่วนเก่าออกทีละนิด ขณะที่ผมใหม่ค่อย ๆ ยาวแทนที่

    ผมเสียต้องตัดทิ้งเลยไหม?

    ไม่จำเป็นต้องตัดทีเดียวทั้งหมด เล็มปลายเป็นรอบ ๆ ก็ช่วยลดปลายแตกได้ และผมที่เสียจะค่อย ๆ หมดไปเอง ถ้าปลายขาดและพันกันจนหวีลำบาก การตัดสั้นลงก็เป็นทางเลือกหนึ่ง เรื่องนี้ขึ้นกับว่าคุณอยากเก็บความยาวแค่ไหนด้วย

    ปล่อยผมแห้งเองดีกว่าไดร์ไหม?

    ยังตอบเด็ดขาดไม่ได้ งานในแล็บพบว่าผิวผมกลุ่มปล่อยแห้งเองดูดีกว่า แต่ชั้นยึดระหว่างเซลล์กลับบวม น่าจะเพราะเปียกนาน ผู้วิจัยเสนอให้เป่าห่าง 15 ซม. และขยับตลอด ส่วน AAD แนะนำให้ปล่อยแห้งเมื่อทำได้ และใช้ไฟต่ำเมื่อต้องไดร์

    ผมเสียควรทำทรีทเม้นท์บ่อยแค่ไหน?

    เรายังไม่เจองานที่ตอบความถี่ได้ชัด คอนดิชันเนอร์ใช้ได้ทุกครั้งหลังสระ ส่วนแบบเข้มข้นที่พัก 20-30 นาทีเหมาะกับผมแห้งมาก ให้เริ่มตามฉลาก แล้วสังเกตว่าผมลื่นขึ้นหรือลีบหนักไป ถ้าลีบก็เว้นระยะให้ห่างขึ้น

    หมักน้ำมันมะพร้าวช่วยผมเสียไหม?

    อาจช่วยลดโปรตีนที่หลุดระหว่างสระได้บ้าง ตามงานในแล็บที่ผู้วิจัยมาจากภาคเอกชน แต่เราไม่เจองานในคนที่ยืนยันขนาดของผล ถ้าอยากลองก็ลองได้ เพียงอย่าคาดหวังว่าปลายแตกจะประสานกลับมาถาวร และถ้าหนังศีรษะระคายเคืองให้หยุดใช้

    ผมเสียกินคอลลาเจนหรือไบโอตินดีไหม?

    เส้นผมที่งอกแล้วรับสารอาหารไม่ได้ การกินจึงไม่ซ่อมส่วนที่เสีย ไบโอตินยังมีหลักฐานไม่พอในคนสุขภาพดี คอลลาเจนมีงานในผู้หญิงผมบาง 114 คน พบเส้นผมหนาขึ้น แต่ไม่ได้วัดผมเสีย และผู้เขียนบางคนอยู่บริษัทอาหารเสริม

    สรุป

    ผมเสียเป็นเรื่องของเส้นผมส่วนที่งอกออกมาแล้ว และเกิดจากเคมี ความร้อน และการเสียดสีเป็นหลัก เส้นเดิมกลับไปเหมือนใหม่ไม่ได้ แต่คุณลดการเสียเพิ่มได้ด้วยการเว้นการทำเคมี ลดไฟ สางเบา ๆ และใช้คอนดิชันเนอร์ ส่วนทรีทเม้นท์ น้ำมัน และเซรั่มเป็นตัวช่วยให้ผมดูดีระหว่างรอผมใหม่ ถ้าผมบาง ร่วงเป็นหย่อม หรือหนังศีรษะมีปัญหา ไปหาหมอจะตรงทางกว่าการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ค่ะ

    📚 แหล่งอ้างอิง

    35 แหล่ง
    1. PubMed: Draelos ZD. The biology of hair care. Dermatol Clin. 2000
    2. PubMed: Draelos ZD. Shampoos, conditioners, and camouflage techniques. Dermatol Clin. 2013
    3. PubMed: Draelos ZD. Hair care and dyeing. Curr Probl Dermatol. 2015
    4. PubMed Central: He Y, et al. Mechanisms of impairment in hair and scalp induced by hair dyeing and perming and potential interventions. Front Med. 2023
    5. PubMed: Uyama M. Recent Progress in Hair Science and Trichology. J Oleo Sci. 2024
    6. PubMed: Grosvenor AJ, et al. The physical and chemical disruption of human hair after bleaching. Int J Cosmet Sci. 2018
    7. PubMed: Silva AL, et al. Protein loss quantification of abraded virgin and abraded bleached hair according to Bradford assay. J Cosmet Sci. 2004
    8. PubMed Central: Lee Y, et al. Hair shaft damage from heat and drying time of hair dryer. Ann Dermatol. 2011
    9. PubMed: Lima CRRC, et al. Heat-damaged evaluation of virgin hair. J Cosmet Dermatol. 2019
    10. PubMed: Okamoto M, et al. Influence of internal structures of hair fiber on hair appearance. III. J Cosmet Sci. 2003
    11. PubMed: Robbins C, Kamath Y. Hair breakage during combing. III. J Cosmet Sci. 2007
    12. PubMed: Šebetić K, et al. UV damage of the hair. Coll Antropol. 2008
    13. PubMed: Takahashi T, et al. Age-dependent changes in damage processes of hair cuticle. J Cosmet Dermatol. 2015
    14. PubMed Central: D’Souza P, Rathi SK. Shampoo and Conditioners: What a Dermatologist Should Know? Indian J Dermatol. 2015
    15. PubMed Central: Gavazzoni Dias MF, et al. The Shampoo pH can Affect the Hair: Myth or Reality? Int J Trichology. 2014
    16. PubMed: da Gama RM, et al. Protective effect of conditioner agents on hair treated with oxidative hair dye. J Cosmet Dermatol. 2018
    17. PubMed: Ruetsch SB, et al. Secondary ion mass spectrometric investigation of penetration of coconut and mineral oils into human hair fibers. J Cosmet Sci. 2001
    18. PubMed: Rele AS, Mohile RB. Effect of mineral oil, sunflower oil, and coconut oil on prevention of hair damage. J Cosmet Sci. 2003
    19. PubMed: Sharifi N, et al. Argan oil as a pretreatment of human hair before exposure to oxidative damage. J Cosmet Dermatol. 2022
    20. PubMed: Panahi Y, et al. Rosemary oil vs minoxidil 2% for the treatment of androgenetic alopecia. Skinmed. 2015
    21. PubMed: Taylor D, et al. The biomechanics of splitting hairs. Interface Focus. 2024
    22. PubMed Central: Patel DP, et al. A Review of the Use of Biotin for Hair Loss. Skin Appendage Disord. 2017
    23. PubMed Central: Almohanna HM, et al. The Role of Vitamins and Minerals in Hair Loss: A Review. Dermatol Ther. 2019
    24. PubMed Central: Hatsbach de Paula JN, et al. Effects of chemical straighteners on the hair shaft and scalp. An Bras Dermatol. 2022
    25. PubMed: Sanad EM, et al. Structural changes of hair shaft after application of chemical hair straighteners. J Cosmet Dermatol. 2019
    26. American Academy of Dermatology: Tips for healthy hair
    27. American Academy of Dermatology: 10 hair care habits that can damage your hair
    28. American Academy of Dermatology: Coloring and perming tips for healthier-looking hair
    29. US FDA: Hair Smoothing Products That Release Formaldehyde When Heated
    30. US FDA: Hair Dyes
    31. NHS: Hair dye reactions
    32. NHS: Symptoms of an underactive thyroid
    33. MedlinePlus: Hair Problems
    34. MedlinePlus: Hypothyroidism
    35. PubMed: Hwang S, et al. Low-Molecular-Weight Collagen Peptide Supplementation Improves Cellulite Severity, Skin Elasticity, and Hair Shaft Diameter. J Med Food. 2026

    ข้อมูลเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ บทความนี้สรุปจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงด้านบน ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยหรือรักษาโดยแพทย์ ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์หรือกินอาหารเสริมใด ๆ โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว กินยาอยู่ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
    เขียนโดย มายด์ · ทีม mywellthy · อัปเดตล่าสุด 7 พ.ย. 2569

    โฆษณา
    เวล — ผู้เขียน mywellthyนักเขียนสายสุขภาพของ mywellthy อ่านงานวิจัยแล้วสรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย บอกตรง ๆ ว่าอะไรมีหลักฐานแค่ไหน และควรระวังอะไร (ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร)ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · บางลิงก์เป็นลิงก์ affiliate