
ซิงค์ช่วยเรื่องอะไร ถ้าดูจากงานวิจัยการกินเสริมในคน คำตอบต่างกันมากตามเป้าหมาย เรื่องที่พอมีหลักฐานคือ หวัดที่เป็นแล้ว สิวอักเสบ ปวดประจำเดือน และจอประสาทตาเสื่อมในคนเสี่ยงสูง ส่วนผมร่วงหลักฐานยังน้อย และเรื่องแผลเรื้อรังที่ขากับภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย งานวิจัยไม่พบว่าช่วย
ร่างกายต้องใช้ซิงค์ในหลายระบบก็จริง แต่ “ร่างกายต้องใช้” กับ “กินเสริมแล้วดีขึ้น” เป็นคนละคำถาม เราเลยไล่งานวิจัยทีละเป้าหมาย ใครซื้อซิงค์เพราะสิว เพราะผมร่วง หรือเพราะอยากให้ภูมิดี จะได้เห็นว่าเรื่องของตัวเองหลักฐานหนักแค่ไหน
TL;DRสรุปสั้นๆ อ่าน 30 วิ
หลักฐานแต่ละเป้าหมายหนักเบาไม่เท่ากัน อย่าเหมาว่าซิงค์ช่วยทุกเรื่อง
- สิว: งานรวมพบตุ่มสิวอักเสบลดลง แต่งานเทียบตรงได้ผลสำเร็จ 31.2% เทียบยาปฏิชีวนะ 63.4% (🟡)
- ผิวและผม: Cochrane ไม่พบว่าช่วยแผลที่ขาหาย ส่วนผมร่วงมีแค่งานที่พบซิงค์ในเลือดต่ำกว่า (⚪)
- ภูมิคุ้มกัน: กินตอนเป็นหวัดอาจหายเร็วขึ้นราว 2.37 วัน แต่กินกันไว้ไม่ต่างจากยาหลอกชัดเจน (🟡)
- ผู้ใหญ่ไม่ควรได้ซิงค์เกิน 40 มก./วัน รวมอาหารและอาหารเสริม ถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง
ในบทความนี้
- ซิงค์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ภาพรวมรายเป้าหมาย
- เป้าหมายสิว: ซิงค์ช่วยลดสิวอักเสบได้แค่ไหน
- เป้าหมายผิว: แผลและการสมานผิว
- เป้าหมายผม: ผมร่วงกับระดับซิงค์
- เป้าหมายภูมิคุ้มกัน: หวัดและปอดบวมในเด็กเล็ก
- เป้าหมายอื่นที่คนถามบ่อย: ผู้หญิง ผู้ชาย อารมณ์ ดวงตา
- เริ่มจากตรงไหนดี ถ้ามีเป้าหมายแล้ว
- เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร
- ข้อควรระวังก่อนกินซิงค์
- คำถามที่พบบ่อย
1. ซิงค์ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ภาพรวมรายเป้าหมาย
ซิงค์เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายใช้ในระบบภูมิคุ้มกัน การแบ่งเซลล์ การเติบโตของเซลล์ การสมานแผล และการรับรสรับกลิ่น หน้าที่กว้างแบบนี้ทำให้ซิงค์ถูกโฆษณาไว้หลายเรื่อง ตารางนี้สรุปว่างานวิจัยการกินเสริมแต่ละเป้าหมายไปถึงไหนแล้ว
ถ้ายังไม่รู้จักซิงค์เลย หรืออยากรู้เรื่องปริมาณที่ร่างกายต้องการ อาหาร และฟอร์มก่อน เริ่มที่ Zinc ช่วยอะไร? ซิงค์ (สังกะสี) คืออะไร สรุปงานวิจัยเรื่องหวัด สิว ดวงตา พร้อมปริมาณที่ควรได้ต่อวัน แล้วค่อยกลับมาดูรายเป้าหมายที่หน้านี้
| เป้าหมาย | งานวิจัยบอกว่า | ระดับหลักฐาน |
|---|---|---|
| สิวอักเสบ | งานรวมพบตุ่มสิวอักเสบลดลง แต่งานเทียบตรงได้ผลน้อยกว่ายาปฏิชีวนะ | 🟡 หลักฐานจำกัด |
| แผลเรื้อรังที่ขา | Cochrane รวม 6 งานทดลอง 183 คน ไม่พบว่าช่วยให้แผลหาย | ⚪ ไม่พบว่าช่วย |
| ผมร่วง | คนผมร่วงมีซิงค์ในเลือดต่ำกว่า แต่ยังไม่มีงานทดลองใหญ่ว่ากินแล้วผมดีขึ้น | ⚪ หลักฐานยังน้อย |
| หวัด (กินตอนเป็นแล้ว) | อาจหายเร็วขึ้นราว 2.37 วัน หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ | 🟡 หลักฐานจำกัด |
| หวัด (กินกันไว้) | ความเสี่ยงเป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอกชัดเจน (RR 0.93) | ⚪ ไม่พบว่าช่วย |
| ปอดบวมในเด็กอายุ 2-59 เดือน | อุบัติการณ์ลดลง 13% (6 งานทดลอง 5,193 คน) หลักฐานคุณภาพต่ำ | 🟡 หลักฐานจำกัด |
| ปวดประจำเดือน | 6 งานทดลอง 739 คน ปวดลดลงเทียบยาหลอก | 🟡 หลักฐานจำกัด |
| อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) | คะแนนอาการรวมลดลง จากงานทดลองไม่กี่ชิ้น | 🟡 หลักฐานจำกัด |
| ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย | งานทดลอง 2,370 คู่ ไม่ช่วยคุณภาพอสุจิหรืออัตราการเกิดมีชีพ | ⚪ ไม่พบว่าช่วย |
| อารมณ์ซึมเศร้า (ใช้ร่วมกับยา) | 5 งานทดลอง อาการลดลงเล็กน้อย | 🟡 หลักฐานจำกัด |
| จอประสาทตาเสื่อม (AMD) | สูตร AREDS ลดความเสี่ยงลุกลามราว 25% เฉพาะคนเสี่ยงสูง | 🟢 หลักฐานค่อนข้างชัด |
สังเกตว่าเรื่องที่ได้ป้ายเขียวมีเรื่องเดียว และเป็นสูตรรวมหลายสารขนาดสูงที่ใช้ในคนกลุ่มเฉพาะ ส่วนเป้าหมายยอดฮิตอย่างผิวและผม หลักฐานจากการกินเสริมยังบางกว่าที่โฆษณาบอก
2. เป้าหมายสิว: ซิงค์ช่วยลดสิวอักเสบได้แค่ไหน
ซิงค์อาจช่วยลดตุ่มสิวอักเสบได้ งานวิเคราะห์รวมพบว่าคนที่ได้ซิงค์มีตุ่มสิวอักเสบลดลงมากกว่าคนที่ไม่ได้ แต่เมื่อเทียบตรงกับยาปฏิชีวนะในงานทดลองขนาดใหญ่ ซิงค์ได้ผลสำเร็จราวครึ่งหนึ่งของยา จึงเหมาะเป็นทางเสริมมากกว่าตัวหลัก
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
งานทบทวนอย่างเป็นระบบและวิเคราะห์อภิมานใน Dermatologic Therapy (Yee et al., 2020) พบว่าคนเป็นสิวมีระดับซิงค์ในเลือดต่ำกว่ากลุ่มควบคุม และกลุ่มที่ได้ซิงค์มีจำนวนตุ่มสิวอักเสบลดลงมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ ทั้งเมื่อใช้เดี่ยวและใช้เสริม ส่วนงานทดลองแบบสุ่มปกปิดสองฝ่ายใน Dermatology (Dreno et al., 2001) ในผู้ป่วยสิวอักเสบ 332 คน เทียบซิงค์กลูโคเนต (ซิงค์จริง 30 มก.) กับยามิโนไซคลิน 100 มก. นาน 3 เดือน พบว่าอัตราสำเร็จ (ตุ่มอักเสบลดลงเกิน 2 ใน 3) อยู่ที่ 31.2% ในกลุ่มซิงค์ และ 63.4% ในกลุ่มยา
ผู้วิจัยสรุปว่าทั้งสองตัวได้ผลกับสิวอักเสบ ซิงค์จึงไม่ได้ไร้ผล แต่ยาที่แพทย์ใช้อยู่ได้ผลดีกว่าชัดเจน ส่วนผลข้างเคียงของซิงค์ส่วนใหญ่เป็นอาการทางเดินอาหาร
ขนาด 30 มก. ในงานนี้ใกล้ขีดสูงสุด 40 มก./วัน ของผู้ใหญ่ ถ้ากินวิตามินรวมที่มีซิงค์อยู่ด้วยอาจเกินได้ง่าย คนที่สิวอักเสบเยอะหรือเริ่มมีแผลเป็น ควรพบแพทย์ผิวหนังก่อนซื้อซิงค์มากินเอง

ทำไมบางคนบอกว่ากินซิงค์แล้วสิวขึ้น และควรเลือกขนาดแค่ไหนถ้าจะลอง เราแยกไว้ใน ซิงค์กับสิว งานวิจัยบอกว่าอย่างไร ทำไมบางคนกินแล้วสิวขึ้น
3. เป้าหมายผิว: แผลและการสมานผิว
ซิงค์จำเป็นต่อการสมานแผล แต่หลักฐานการกินเสริมเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นในคนทั่วไปยังไม่พบประโยชน์ชัดเจน งานรวมของ Cochrane เรื่องแผลเรื้อรังที่ขาไม่พบว่าซิงค์ช่วยให้แผลหาย และงานทั้งหมดยังเล็ก
🔬 งานวิจัยบอกว่า · ⚪ ไม่พบว่าช่วย
Cochrane Review (Wilkinson, 2014) รวม 6 งานทดลองขนาดเล็ก 183 คน ในคนที่มีแผลเรื้อรังที่ขาจากหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง เมื่อรวม 4 งานที่เทียบซิงค์ซัลเฟตกับยาหลอกในแผลจากหลอดเลือดดำ ไม่พบความต่างของการหายของแผลอย่างมีนัยสำคัญ (RR 1.22, 95% CI 0.88 ถึง 1.68) ผู้วิจัยสรุปว่าซิงค์ซัลเฟตแบบกิน “ดูเหมือนไม่ช่วย” ให้แผลหาย แต่งานทุกชิ้นเล็กและรายงานไม่ชัดพอจะประเมินอคติ
เหตุผลที่ฟังดูขัดกันคือ ร่างกายต้องใช้ซิงค์ในการแบ่งเซลล์และการสมานแผลจริง แต่ถ้าได้รับพออยู่แล้ว การเติมเพิ่มก็ไม่ได้เร่งกระบวนการนั้น คนที่อาจได้ประโยชน์คือคนที่ขาดซิงค์ ซึ่งต้องให้แพทย์ประเมิน
แผลเรื้อรังที่ไม่หายต้องดูแลที่ต้นเหตุ เช่น การไหลเวียนเลือดไม่ดี การติดเชื้อ หรือภาวะโภชนาการ อย่ารอผลจากอาหารเสริม ส่วนเรื่องผิวด้านอื่น และความต่างระหว่างไบโอตินกับซิงค์ที่มักขายคู่กัน เราแยกไว้ใน ซิงค์กับผมและผิว ไบโอติน + ซิงค์ ต่างกันอย่างไร
4. เป้าหมายผม: ผมร่วงกับระดับซิงค์
คนที่ผมร่วงหลายแบบมีระดับซิงค์ในเลือดต่ำกว่าคนทั่วไป แต่นั่นเป็นงานสังเกต ไม่ได้พิสูจน์ว่ากินซิงค์แล้วผมจะกลับมา งานทบทวนด้านผิวหนังสรุปว่ายังต้องมีงานทดลองใหญ่แบบมียาหลอกในคนที่ขาดจริงก่อน จึงจะตอบได้
🔬 งานวิจัยบอกว่า · ⚪ หลักฐานยังน้อย
งานใน Annals of Dermatology (Kil et al., 2013) วัดซิงค์ในเลือดของผู้ป่วยผมร่วง 312 คน 4 แบบ (ผมร่วงเป็นหย่อม ผมบางแบบพันธุกรรมในชายและหญิง และผมร่วงจากภาวะผลัดผม) เทียบกับคนปกติ 30 คน พบว่าค่าเฉลี่ยซิงค์ของผู้ป่วยอยู่ที่ 84.33 µg/dl ต่ำกว่ากลุ่มควบคุมที่ 97.94 µg/dl อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนงานทบทวนใน Dermatology and Therapy (Almohanna et al., 2019) สรุปว่าบทบาทของวิตามินและแร่ธาตุต่อผมยังไม่ชัดทั้งหมด และต้องมีงานทดลองใหญ่แบบปกปิดสองฝ่ายในคนที่ขาดสารนั้นจริง
งานแบบนี้บอกได้แค่ว่า “ซิงค์ต่ำกับผมร่วงมักเจอด้วยกัน” ยังแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล และงานนี้ก็รวมผมร่วงถึง 4 แบบที่กลไกต่างกัน ซึ่งแต่ละแบบต้องดูแลคนละทาง

ถ้าผมร่วงมากผิดปกติหรือร่วงเป็นหย่อม ให้แพทย์ผิวหนังหาสาเหตุก่อน และถ้าตรวจแล้วขาดซิงค์จริง แพทย์จะกำหนดขนาดและระยะเวลาให้ ไม่ควรกินขนาดสูงยาว ๆ เอง เพราะซิงค์เกินทำให้ขาดทองแดงได้
5. เป้าหมายภูมิคุ้มกัน: หวัดและปอดบวมในเด็กเล็ก
ซิงค์อาจช่วยให้หวัดที่เป็นแล้วหายเร็วขึ้นราว 2 วัน แต่การกินทุกวันเพื่อกันหวัดไม่ได้ลดความเสี่ยงชัดเจน ส่วนในเด็กเล็ก งานรวมพบว่าปอดบวมเกิดน้อยลง แต่หลักฐานคุณภาพต่ำ และผลนี้ไม่ได้แปลว่าผู้ใหญ่ที่ได้ซิงค์พอแล้วจะได้ประโยชน์เหมือนกัน
หวัด
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
Cochrane Review (Nault et al., 2024) รวม 34 งานทดลอง 8,526 คน พบว่าเมื่อใช้ซิงค์ตอนเป็นหวัดแล้ว หวัดอาจหายเร็วขึ้นเฉลี่ย 2.37 วัน (8 งาน 972 คน หลักฐานความเชื่อมั่นต่ำ) แต่ความรุนแรงของอาการโดยรวมไม่ชัดว่าต่าง ส่วนการกินกันไว้ ความเสี่ยงเป็นหวัดแทบไม่ต่างจากยาหลอก (RR 0.93 จาก 9 งาน 1,449 คน) และกลุ่มที่ใช้ซิงค์ตอนป่วยมีอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่ร้ายแรงมากกว่า (RR 1.34)
ดูขนาดในงานด้วย งานที่ใช้ยาอมซิงค์กลูโคเนตให้ขนาด 45-276 มก./วัน นาน 4.5-21 วัน ซึ่งสูงกว่าขีด 40 มก./วัน ของคนทั่วไปมาก ขนาดแบบนี้จึงเป็นการใช้ระยะสั้นตอนป่วย ไม่ใช่ขนาดที่ควรกินทุกวัน
และห้ามใช้ซิงค์แบบพ่นจมูกหรือเจลทาจมูก เพราะมีรายงานการสูญเสียการได้กลิ่น ซึ่งอาจไม่กลับมา
ปอดบวมในเด็กเล็ก
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
Cochrane Review (Lassi et al., 2016) รวม 6 งานทดลอง 5,193 คน ในเด็กอายุ 2-59 เดือน พบว่าการเสริมซิงค์ลดอุบัติการณ์ปอดบวม 13% (RR 0.87) และเมื่อใช้เกณฑ์วินิจฉัยที่เจาะจงกว่า เช่น ตรวจร่างกายหรือเอกซเรย์ปอด ลดลง 21% แต่ถ้าใช้แค่เกณฑ์หายใจเร็ว ไม่พบความต่าง คุณภาพหลักฐานโดยรวมจัดว่าต่ำ
ผลนี้มาจากการเสริมซิงค์ในเด็กเล็ก ซึ่งต้องการซิงค์ต่อวันน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก (เด็ก 1-3 ปี ต้องการ 3 มก./วัน) การให้ซิงค์กับเด็กจึงต้องผ่านแพทย์เสมอ
ทำไมการขาดซิงค์จึงกระทบภูมิ และงานวิจัยกลุ่มอื่นนอกจากหวัด อ่านต่อได้ที่ ซิงค์กับภูมิคุ้มกัน งานวิจัยบอกว่าอย่างไร
6. เป้าหมายอื่นที่คนถามบ่อย: ผู้หญิง ผู้ชาย อารมณ์ ดวงตา
นอกจากสี่เป้าหมายหลัก คนไทยค้นเรื่องซิงค์กับผู้หญิงและผู้ชายเยอะมาก งานวิจัยฝั่งผู้หญิงเรื่องปวดประจำเดือนและ PMS มีผลดีแต่จำนวนงานยังน้อย ส่วนฝั่งผู้ชาย งานทดลองใหญ่ไม่พบว่าช่วยเรื่องมีบุตร เรื่องอารมณ์มีผลเล็กน้อยเมื่อใช้ร่วมกับยา และเรื่องตาจำกัดเฉพาะคนเสี่ยงสูง
ผู้หญิง: ปวดประจำเดือนและ PMS
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
งานทบทวนและวิเคราะห์อภิมานใน Nutrients (Hsu et al., 2024) รวม 6 งานทดลองแบบสุ่ม 739 คน ในผู้หญิงที่ปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ พบว่าซิงค์ลดความปวดได้มากกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ผลดีขึ้นเมื่อกินนาน 8 สัปดาห์ขึ้นไป และอัตราอาการไม่พึงประสงค์ไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนงานใน Women & Health (Kim & Baek, 2025) รวม 5 งานทดลอง (วิเคราะห์รวมได้ 4 งาน) พบว่าซิงค์ลดคะแนน PMS รวมและอาการด้านอารมณ์ได้ แต่ทุกงานมีข้อกังวลเรื่องอคติ และจำนวนงานยังน้อย
ผลดูดี แต่แต่ละเรื่องมีงานทดลองแค่ราว 4-6 ชิ้น ถ้าปวดประจำเดือนมากจนกระทบชีวิตประจำวัน หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรตรวจกับสูตินรีแพทย์ก่อน เพราะงานเหล่านี้ทำในคนที่ปวดแบบปฐมภูมิ คือไม่มีโรคอื่นเป็นต้นเหตุ

ผู้ชาย: ภาวะมีบุตรยาก
🔬 งานวิจัยบอกว่า · ⚪ ไม่พบว่าช่วย
งานทดลองแบบสุ่มใน JAMA (Schisterman et al., 2020) ในคู่ที่กำลังเข้ารับการดูแลภาวะมีบุตรยาก 2,370 คู่ ให้ฝ่ายชายกินโฟลิก 5 มก. คู่ซิงค์ 30 มก. ทุกวัน หรือยาหลอก นาน 6 เดือน พบว่าอัตราการเกิดมีชีพไม่ต่างกัน (34% เทียบ 35%) คุณภาพอสุจิส่วนใหญ่ไม่ต่างกัน และค่าการแตกหักของ DNA ในอสุจิกลับสูงขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มที่ได้สาร (29.7% เทียบ 27.2%) อาการปวดท้องและคลื่นไส้ก็พบบ่อยกว่า
ก่อนหน้างานนี้ยังไม่เคยมีงานทดลองขนาดใหญ่ดูเรื่องนี้ตรง ๆ และผู้วิจัยสรุปว่าผลไม่สนับสนุนการให้ฝ่ายชายกินโฟลิกคู่ซิงค์เพื่อช่วยเรื่องมีบุตร ผู้ชายที่ขาดซิงค์จริงอาจเป็นอีกเรื่อง แต่ต้องตรวจและให้แพทย์ประเมิน
ซิงค์ช่วยอะไรผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันอย่างไร และความต้องการต่อวันต่างกันแค่ไหน เราเขียนแยกไว้ใน ซิงค์ช่วยอะไรผู้ชาย ผู้หญิง ต่างกันไหม
อารมณ์ซึมเศร้า
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
งานทบทวนและวิเคราะห์อภิมานใน Nutrition Reviews (da Silva et al., 2021) รวม 5 งานทดลองในคนที่เป็นโรคซึมเศร้าและกินยาต้านซึมเศร้าอยู่ พบว่ากลุ่มที่เสริมซิงค์มีอาการซึมเศร้าลดลงเล็กน้อยเทียบกับยาหลอก (SMD -0.36) แต่เมื่อแยกตามขนาดกลุ่มตัวอย่าง ผลไม่ชัด
ผลนี้เป็นการใช้ “ร่วมกับยา” ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช่การใช้แทนยา ใครที่มีอาการซึมเศร้า ไม่ควรหยุดยาเองเพื่อเปลี่ยนมาใช้อาหารเสริม
ดวงตา
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟢 หลักฐานค่อนข้างชัด (เฉพาะคนเสี่ยงสูง)
สถาบันตาแห่งชาติสหรัฐฯ (NEI) สรุปว่าสูตร AREDS ซึ่งมีซิงค์ 80 มก. ทองแดง 2 มก. วิตามินซี 500 มก. วิตามินอี 400 IU และเบต้าแคโรทีน 15 มก. ลดความเสี่ยงที่ AMD ระยะกลางจะลุกลามเป็นระยะรุนแรงได้ราว 25% ในคนที่มี AMD ระยะกลาง หรือระยะรุนแรงแล้วในตาข้างหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำให้ไม่เกิด AMD และไม่พบประโยชน์ในคนที่เป็นระยะแรก
ซิงค์ 80 มก. เป็นขนาดสองเท่าของขีดสูงสุด จึงต้องใช้ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์เท่านั้น และ NEI ระบุว่าสูตร AREDS ไม่แนะนำสำหรับคนที่สูบหรือเคยสูบบุหรี่
7. เริ่มจากตรงไหนดี ถ้ามีเป้าหมายแล้ว
ไม่ว่าเป้าหมายคืออะไร ลำดับที่ปลอดภัยคือ เช็กว่าได้ซิงค์จากอาหารพอไหม ดูว่าเป้าหมายของคุณมีหลักฐานแค่ไหน นับซิงค์จากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ แล้วค่อยเลือกขนาดที่ไม่เกินขีด
- ดูอาหารก่อน ผู้ชายต้องการ 11 มก./วัน ผู้หญิง 8 มก./วัน ตั้งครรภ์ 11 มก. ให้นมบุตร 12 มก. แหล่งที่ดีคือหอยนางรม อาหารทะเลมีเปลือก เนื้อวัวและเนื้อแดงอื่น ส่วนถั่วเป็นแหล่งจากพืชที่ค่อนข้างดี
- เทียบกับตารางหลักฐาน ถ้าเป้าหมายของคุณอยู่ในกลุ่ม ⚪ เช่น ผมร่วงหรือภาวะมีบุตรยาก การกินเสริมอาจไม่ใช่คำตอบ ให้หาสาเหตุกับแพทย์ก่อน
- นับซิงค์จากทุกแหล่ง วิตามินรวมและวิตามินซีสูตรผสมซิงค์หลายตัวมีซิงค์อยู่แล้ว ดูฉลากก่อนซื้อซิงค์เม็ดเดี่ยว
- ไม่เกินขีด ผู้ใหญ่ไม่ควรได้ซิงค์เกิน 40 มก./วัน รวมอาหารและอาหารเสริม ถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง
- ดูยาที่กินอยู่ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่มและยาเพนิซิลลามีนตีกับซิงค์ (ดูหัวข้อ 9)

8. เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร
ซิงค์เสริมอาจคุ้มที่สุดสำหรับคนที่ได้จากอาหารไม่พอ หรือมีเป้าหมายที่หลักฐานพอมี เช่น สิวอักเสบหรือปวดประจำเดือน โดยใช้ขนาดไม่เกินขีด ส่วนคนที่กินยาที่ตีกัน เด็ก หรือคนที่หวังให้ซิงค์แทนการดูแลของแพทย์ ไม่ควรเริ่มเอง
อาจเหมาะกับ
- คนที่กินเนื้อสัตว์และอาหารทะเลน้อย และปรับอาหารได้ยาก
- คนที่เป็นสิวอักเสบ และแพทย์ผิวหนังเห็นว่าลองซิงค์เป็นทางเสริมได้
- ผู้หญิงที่ปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ และตรวจแล้วไม่พบสาเหตุอื่น
- คนที่เริ่มเป็นหวัด และอยากลองยาอมซิงค์ระยะสั้นตามฉลาก
ไม่เหมาะ หรือต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- คนที่กินยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลิน หรือยาเพนิซิลลามีน
- คนที่กินวิตามินรวมหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่มีซิงค์อยู่แล้ว
- เด็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- คนที่หวังให้ซิงค์แทนการดูแลสิว ผมร่วง ภาวะมีบุตรยาก หรือโรคซึมเศร้าโดยแพทย์
9. ข้อควรระวังก่อนกินซิงค์
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของซิงค์ขนาดสูงคือคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย ส่วนเรื่องที่ต้องระวังจริงจังคือการกินเกินขีดเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ขาดทองแดง และการกินพร้อมยาบางกลุ่ม
⚠️ ข้อควรระวัง
- ขีดสูงสุด: ผู้ใหญ่ไม่ควรได้ซิงค์เกิน 40 มก./วัน รวมอาหารและอาหารเสริม ขีดนี้ตั้งไว้เพื่อกันภาวะขาดทองแดง
- กินเกินเป็นเวลานาน: อาจทำให้ขาดทองแดง ธาตุเหล็ก หรือแมกนีเซียม
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลินและควิโนโลน: กินห่างจากซิงค์อย่างน้อย 2 ชั่วโมง (เวลาที่แน่นอนขึ้นกับตัวยา ถามเภสัชกร)
- ยาเพนิซิลลามีน: ซิงค์ลดการดูดซึมยา ต้องปรึกษาแพทย์
- ธาตุเหล็กขนาดสูง: เหล็กเสริม 38-65 มก./วัน อาจลดการดูดซึมซิงค์
- ซิงค์พ่นจมูกหรือเจลทาจมูก: มีรายงานสูญเสียการได้กลิ่น ไม่ควรใช้
- เด็ก ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีโรคประจำตัว: ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ควรกินซิงค์ตอนไหน ห่างจากยาและวิตามินตัวไหนเท่าไหร่ และวันละกี่มิลลิกรัมให้พอดี เรารวบรวมไว้ใน ซิงค์กินตอนไหน ห้ามกินกับอะไร วันละเท่าไหร่
10. คำถามที่พบบ่อย
จากงานวิจัยการกินเสริม เรื่องที่หลักฐานหนักที่สุดคือสูตร AREDS ที่ลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อมลุกลามราว 25% แต่ใช้เฉพาะคนเสี่ยงสูงและเป็นขนาดสูงตามแพทย์สั่ง รองลงมาคือหวัดที่อาจหายเร็วขึ้นราว 2 วัน สิวอักเสบ และปวดประจำเดือน ซึ่งยังเป็นหลักฐานจำกัด
อาจช่วยได้บ้าง งานวิเคราะห์รวมพบว่าตุ่มสิวอักเสบลดลงเมื่อได้ซิงค์ แต่ในงานทดลอง 332 คน ซิงค์ 30 มก. ได้ผลสำเร็จ 31.2% เทียบกับยามิโนไซคลิน 63.4% ซิงค์จึงเหมาะเป็นทางเสริม ถ้าสิวอักเสบเยอะหรือเริ่มเป็นแผลเป็น ควรพบแพทย์ผิวหนังก่อน
ยังตอบไม่ได้เต็มปาก งานที่มีส่วนใหญ่พบแค่ว่าคนผมร่วงมีซิงค์ในเลือดต่ำกว่าคนทั่วไป ยังไม่มีงานทดลองใหญ่ที่ยืนยันว่ากินแล้วผมกลับมา ผมร่วงมีหลายสาเหตุ ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุก่อน และไม่ควรกินซิงค์ขนาดสูงต่อเนื่องเอง เพราะเสี่ยงขาดทองแดง
หน้าที่ของซิงค์เหมือนกันทั้งสองเพศ เรื่องเฉพาะผู้หญิงที่มีงานวิจัยคือปวดประจำเดือน ซึ่ง 6 งานทดลอง 739 คนพบว่าปวดลดลงเทียบยาหลอก และอาการ PMS ที่คะแนนรวมลดลง ทั้งสองเรื่องยังมีงานไม่มาก ผู้หญิงต้องการซิงค์ 8 มก./วัน และมากขึ้นช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ผู้ชายต้องการซิงค์ 11 มก./วัน ส่วนเรื่องมีบุตร งานทดลองใน 2,370 คู่ที่ให้ฝ่ายชายกินโฟลิก 5 มก. คู่ซิงค์ 30 มก. นาน 6 เดือน ไม่พบว่าคุณภาพอสุจิหรืออัตราการเกิดมีชีพดีขึ้น และพบอาการคลื่นไส้มากกว่า คู่ที่มีบุตรยากควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
หลักฐานไม่สนับสนุน Cochrane ปี 2024 พบว่าการกินซิงค์กันไว้ ความเสี่ยงเป็นหวัดแทบไม่ต่างจากยาหลอก (RR 0.93) ที่อาจช่วยคือการใช้ตอนเพิ่งเริ่มเป็นหวัด ซึ่งหายเร็วขึ้นเฉลี่ยราว 2 วัน แต่มีอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่ร้ายแรงมากขึ้น และขนาดในงานวิจัยมักสูงกว่าที่ควรกินทุกวัน
สรุป
ซิงค์ช่วยเรื่องอะไรขึ้นกับเป้าหมาย หวัดที่เป็นแล้ว สิวอักเสบ และปวดประจำเดือนมีหลักฐานจำกัดแต่ไปในทางดี ผมร่วงหลักฐานยังน้อย แผลเรื้อรังและภาวะมีบุตรยากในผู้ชายไม่พบว่าช่วย เริ่มจากอาหารก่อน นับซิงค์ทุกแหล่ง และถ้าจะกินเสริม อย่าเกิน 40 มก./วัน
📚 แหล่งอ้างอิง
14 แหล่ง
- MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine): Zinc in diet
- Linus Pauling Institute, Oregon State University: Zinc (Micronutrient Information Center)
- PubMed: Yee BE, et al. Serum zinc levels and efficacy of zinc treatment in acne vulgaris: A systematic review and meta-analysis. Dermatol Ther. 2020;33(6):e14252
- PubMed: Dreno B, et al. Multicenter randomized comparative double-blind controlled clinical trial of the safety and efficacy of zinc gluconate versus minocycline hydrochloride in the treatment of inflammatory acne vulgaris. Dermatology. 2001;203(2):135-40
- PubMed: Wilkinson EA. Oral zinc for arterial and venous leg ulcers. Cochrane Database Syst Rev. 2014;(9):CD001273
- PubMed: Kil MS, et al. Analysis of serum zinc and copper concentrations in hair loss. Ann Dermatol. 2013;25(4):405-9
- PubMed: Almohanna HM, et al. The Role of Vitamins and Minerals in Hair Loss: A Review. Dermatol Ther (Heidelb). 2019;9(1):51-70
- PubMed: Nault D, et al. Zinc for prevention and treatment of the common cold. Cochrane Database Syst Rev. 2024;5:CD014914
- PubMed: Lassi ZS, et al. Zinc supplementation for the prevention of pneumonia in children aged 2 months to 59 months. Cochrane Database Syst Rev. 2016;12:CD005978
- PubMed: Hsu TJ, et al. Efficacy of Zinc Supplementation in the Management of Primary Dysmenorrhea: A Systematic Review and Meta-Analysis. Nutrients. 2024;16(23):4116
- PubMed: Kim YM, Baek J. Effect of zinc supplementation on premenstrual symptoms: A systematic review and meta-analysis. Women Health. 2025;65(7):571-581
- PubMed: Schisterman EF, et al. Effect of Folic Acid and Zinc Supplementation in Men on Semen Quality and Live Birth Among Couples Undergoing Infertility Treatment: A Randomized Clinical Trial. JAMA. 2020;323(1):35-48
- PubMed: da Silva LEM, et al. Zinc supplementation combined with antidepressant drugs for treatment of patients with depression: a systematic review and meta-analysis. Nutr Rev. 2021;79(1):1-12
- National Eye Institute: About AREDS and AREDS2
ข้อมูลเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ บทความนี้สรุปจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงด้านบน ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการดูแลโดยแพทย์ ก่อนเริ่มกินอาหารเสริมใด ๆ โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว กินยาอยู่ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
เขียนโดย เวล · ทีม mywellthy · อัปเดตล่าสุด 4 พ.ย. 2569



