หน้าแรก › บทความ › วิตามินและแร่ธาตุ › วิตามินรวม กินตอนไหน? ก่อนหรือหลังอาหาร เช้าหรือก่อนนอน และยาอะไรต้องเว้นห่าง 4 ชั่วโมง

วิตามินรวม กินตอนไหน? ก่อนหรือหลังอาหาร เช้าหรือก่อนนอน และยาอะไรต้องเว้นห่าง 4 ชั่วโมง

แชร์บทความนี้
เวลชี้นาฬิกาพระอาทิตย์กับพระจันทร์ เวลลี่ชูป้าย MV บนโต๊ะอาหาร สื่อว่าวิตามินรวมควรกินตอนไหน
ในบทความนี้10 หัวข้อ

วิตามินรวมกินตอนไหน คำตอบที่มีเหตุผลรองรับมากที่สุดคือ กินพร้อมมื้ออาหาร เวลาไหนก็ได้ที่คุณทำได้ทุกวัน เราค้นแล้วยังไม่พบงานทดลองที่เทียบว่าเช้าดีกว่าก่อนนอน แต่ถ้าคุณกินยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม หรือยาวาร์ฟาริน เรื่องยาสำคัญกว่าเรื่องเวลาในวัน

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองควรกินวิตามินรวมหรือเปล่า เริ่มที่ วิตามินรวม คืออะไร ช่วยอะไร? สรุปงานวิจัย มีอะไรบ้าง และใครควรพิจารณา ก่อนได้ครับ ถ้าตัดสินใจกินแล้ว คำถามต่อไปคือกินเมื่อไหร่ กินกับอะไร และต้องเว้นจากยาตัวไหน

TL;DRสรุปสั้นๆ อ่าน 30 วิ

กินพร้อมมื้ออาหาร เวลาไหนก็ได้ที่ทำได้สม่ำเสมอ ยังไม่พบงานทดลองที่ชี้ว่าเช้าหรือก่อนนอนดีกว่ากัน

  • พร้อมมื้อ: งานในผู้สูงวัย 50 คนพบว่าวิตามินดี 3 ขึ้นในเลือดสูงกว่า 32% เมื่อมื้อมีไขมัน (ขนาดสูงกว่าวิตามินรวมมาก)
  • ยาไทรอยด์เลโวไทรอกซีน: เว้นจากเหล็กและแคลเซียมอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลิน: กินยาก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลังวิตามินรวม 4-6 ชั่วโมง
  • ยาวาร์ฟาริน: คุยกับแพทย์ก่อนเริ่มหรือหยุดวิตามินรวมที่มีวิตามินเค
  • ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์: วิตามินเอแบบเรตินอลไม่ควรเกิน 3,000 ไมโครกรัม RAE/วัน

1. วิตามินรวมกินตอนไหนดีที่สุด: เช้า กลางวัน หรือก่อนนอน

เราค้น PubMed แล้วไม่พบงานทดลองในคนที่เทียบวิตามินรวมตอนเช้ากับตอนก่อนนอนโดยตรง และเอกสารวิตามินรวมของ NIH Office of Dietary Supplements (NIH ODS) ก็ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ เวลาที่เหมาะกับคุณจึงขึ้นกับว่ามื้อไหนกินเป็นประจำ มีไขมันบ้าง และไม่ชนกับยาที่กินอยู่

เลือกมื้อด้วย 3 ข้อนี้ เรียงตามลำดับ

  • ไม่ชนกับยา: ถ้ากินยาประจำ ให้เริ่มจากเวลายาก่อน รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ 4
  • เป็นมื้อที่กินจริงทุกวัน: คนข้ามมื้อเช้าบ่อย ผูกกับมื้อเช้าแล้วก็จะลืมบ่อยตามไปด้วย
  • มีไขมันบ้าง: เหตุผลอยู่ในหัวข้อ 2
โต๊ะอาหารเช้าแสงอุ่น มีไข่และขนมปัง สื่อการผูกวิตามินรวมไว้กับมื้อที่กินเป็นประจำ

ตัวอย่างการจัดเวลา (เอาไปคุยกับเภสัชกรต่อได้ เพราะยาแต่ละตัวมีเงื่อนไขของมันเอง)

ถ้าคุณ… ลองกินวิตามินรวมตอน… เพราะ
ไม่มียาประจำ กินมื้อเช้าทุกวัน พร้อมมื้อเช้า ผูกกับกิจวัตรเดิม จำง่าย
ข้ามมื้อเช้าบ่อย พร้อมมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น เลือกมื้อที่กินจริง
กินยาไทรอยด์ก่อนมื้อเช้า พร้อมมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น ฉลากยาให้เว้นจากเหล็กและแคลเซียมอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
กำลังกินยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลิน ให้เภสัชกรจัดเวลาตามตารางยา ต้องกินยาก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลัง 4-6 ชั่วโมง
ชอบกินก่อนนอนตอนท้องว่าง เลื่อนมาพร้อมมื้อเย็น จะได้ไขมันจากมื้ออาหารมาช่วย

ข้อสงสัยที่เจอบ่อยคือ วิตามินบีในสูตรจะทำให้นอนไม่หลับไหมถ้ากินตอนเย็น เราไม่พบงานทดลองในคนที่ตอบเรื่องนี้กับวิตามินรวมโดยตรง ถ้าคุณรู้สึกว่ากินเย็นแล้วนอนยาก ย้ายไปมื้อเช้าหรือกลางวันแล้วสังเกตดูได้เลย

2. วิตามินรวมกินก่อนหรือหลังอาหาร และตอนท้องว่างได้ไหม

กินพร้อมมื้ออาหารเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลรองรับมากที่สุด เพราะวิตามินเอ ดี อี เค ละลายในไขมัน NIH ODS ระบุว่าธาตุเหล็กเสริมกินพร้อมอาหารแล้วช่วยลดอาการไม่สบายท้องได้ และแคลเซียมเสริมก็ดูดซึมได้ดีกว่าเมื่อกินพร้อมอาหาร ตอนท้องว่างยังกินได้ แต่เสียข้อดีเหล่านี้ไป

ไขมันในมื้อช่วยวิตามินเอ ดี อี เค อย่างไร

NIH ODS อธิบายกลไกไว้ในเอกสารวิตามินเคว่า วิตามินกลุ่มละลายในไขมันจะถูกรวมเข้าเป็นไมเซลล์ (mixed micelles) โดยอาศัยน้ำดีและเอนไซม์จากตับอ่อน แล้วลำไส้เล็กจึงดูดซึมเข้าไป ถ้ามื้อนั้นแทบไม่มีไขมัน ระบบนี้ก็มีวัตถุดิบให้ทำงานน้อยลง

🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
งานใน Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics (Dawson-Hughes et al., 2015) สุ่มผู้สูงวัยสุขภาพดี 50 คน ให้กินวิตามินดี 3 ขนาด 50,000 IU ครั้งเดียวพร้อมมื้อเช้าแบบไร้ไขมันหรือมีไขมัน 30% ของพลังงาน พบว่าระดับสูงสุดในเลือดของกลุ่มมีไขมันสูงกว่า 32% ส่วนงานสลับกลุ่มใน British Journal of Nutrition (Jeanes et al., 2004) ในคน 8 คน ให้วิตามินอี 150 มก. พร้อมมื้อต่าง ๆ พบว่ามื้อขนมปังทาเนย (ไขมัน 17.5 กรัม) ให้ระดับสูงกว่ามื้อไขมันต่ำ (2.7 กรัม) หรือน้ำเปล่า ซึ่งให้ระดับต่ำทั้งคู่

ทั้งสองงานใช้วิตามินเดี่ยวขนาดสูง เราไม่พบงานที่วัดแบบเดียวกันกับวิตามินรวมเม็ดเดียว จึงยกมาได้ในเชิงกลไกเท่านั้น และยังไม่มีเกณฑ์ว่าต้องมีไขมันกี่กรัม คุณไม่ต้องเติมน้ำมันเพิ่ม มื้อปกติที่มีไข่ ปลา เนื้อสัตว์ ถั่ว หรือของผัดก็มีไขมันอยู่แล้ว

จานอาหารมีปลา อะโวคาโด และผัก ตัวอย่างมื้อที่มีไขมันซึ่งช่วยการดูดซึมวิตามินละลายในไขมัน

ถ้ากินตอนท้องว่างแล้วไม่สบายท้อง

NIH ODS ระบุว่าธาตุเหล็กเสริมขนาดสูง (ตั้งแต่ 45 มก./วัน) ทำให้คลื่นไส้และท้องผูกได้ และการกินพร้อมอาหารช่วยลดอาการเหล่านี้ ส่วนซิงค์ที่ได้มากเกินก็ทำให้คลื่นไส้ได้เช่นกัน สูตรพื้นฐานส่วนใหญ่ให้สารอาหารไม่เกินค่าอ้างอิงบนฉลาก (DV) แต่ถ้ากินแล้วคลื่นไส้ ลองย้ายไปกินพร้อมมื้อก่อน อาการที่ควรสังเกตอื่น ๆ และจังหวะที่ควรหยุด เราแยกไว้ใน วิตามินรวมผลข้างเคียง อาการที่ควรสังเกต และเมื่อไรควรหยุด

โฆษณา

3. กินพร้อมกาแฟ ชา และอาหารเสริมตัวอื่นได้ไหม

ถ้าสูตรของคุณมีธาตุเหล็ก และคุณกินเพื่อเติมเหล็กโดยตรง ควรเลี่ยงการดื่มชาหรือกาแฟพร้อมเม็ด เพราะโพลีฟีนอลลดการดูดซึมเหล็กได้ ส่วนการกินคู่กับแคลเซียมเม็ดหรือซิงค์เม็ด ถ้าเป็นขนาดสูงควรแยกเวลา

ชาและกาแฟ

🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด (วัดกับเหล็กในมื้ออาหาร ไม่ใช่เม็ดวิตามินรวม)
งานใน British Journal of Nutrition (Hurrell et al., 1999) วัดการดูดซึมเหล็กจากมื้อขนมปังในผู้ใหญ่ เทียบเครื่องดื่มกับน้ำเปล่า เครื่องดื่มที่มีโพลีฟีนอล 20-50 มก./หน่วยบริโภค ลดการดูดซึมลง 50-70% และชนิดที่มี 100-400 มก. ลดลง 60-90% ชาดำลดได้ 79-94% การเติมนมลงในชาหรือกาแฟแทบไม่เปลี่ยนผล

งานนี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องเว้นกี่นาที เราจึงไม่ให้ตัวเลข ถ้าแพทย์เคยบอกว่าเหล็กต่ำ ลองกลืนเม็ดกับน้ำเปล่า แล้วเก็บกาแฟไว้ดื่มตอนอื่น ส่วนวิตามินตัวอื่นในเม็ด งานนี้ไม่ได้วัด

แก้วกาแฟบนโต๊ะไม้ เครื่องดื่มที่มีโพลีฟีนอลซึ่งอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็ก

แคลเซียม เหล็ก และซิงค์แบบเม็ดเดี่ยว

NIH ODS ระบุว่าแคลเซียมอาจรบกวนการดูดซึมเหล็ก แม้ผลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้กินแคลเซียมเดี่ยวกับเหล็กเดี่ยวคนละเวลา และเหล็กเสริมตั้งแต่ 25 มก. ที่กินพร้อมซิงค์เสริม ก็ลดการดูดซึมซิงค์ได้ แคลเซียมเสริมยังดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อกินครั้งละไม่เกิน 500 มก.

วิตามินรวมมักมีแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมในปริมาณน้อยตาม NIH ODS ถ้าสูตรของคุณมีเหล็กและคุณกินแคลเซียมเม็ดเพิ่ม ให้แยกแคลเซียมไปอีกมื้อ ถ้าแพทย์สั่งเหล็กหรือซิงค์ขนาดสูงให้ ให้ถามเวลาที่เหมาะกับสูตรวิตามินรวมของคุณด้วย

4. ยาที่ต้องเว้นเวลาจากวิตามินรวม: ยาไทรอยด์และยาปฏิชีวนะ

เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม และซิงค์ในวิตามินรวม จับกับยาบางตัวจนดูดซึมได้น้อยลง ตัวที่ต้องจำคือเลโวไทรอกซีน ซึ่งฉลากยาให้เว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง และยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนกับเตตราไซคลิน ซึ่งกินก่อน 2 ชั่วโมงหรือหลัง 4-6 ชั่วโมง

ยาไทรอยด์ (เลโวไทรอกซีน)

ฉลากยาเลโวไทรอกซีนให้กินวันละครั้งตอนท้องว่าง ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนมื้อเช้า และระบุว่าอาหารเสริมเหล็กกับแคลเซียมลดการดูดซึมยาได้ จึงไม่ควรกินยาภายใน 4 ชั่วโมงจากอาหารเสริมเหล่านี้ NIH ODS ก็ระบุตัวเลข 4 ชั่วโมงเดียวกันทั้งในเอกสารธาตุเหล็กและแคลเซียม

🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด (งานเล็ก ใช้แร่ธาตุขนาดสูง)
งานใน Annals of Internal Medicine (Campbell et al., 1992) ให้ผู้ป่วยไทรอยด์ต่ำ 14 คน กินเหล็กซัลเฟต 300 มก. พร้อมยาทุกวันนาน 12 สัปดาห์ ค่า TSH เฉลี่ยขึ้นจาก 1.6 เป็น 5.4 mU/L ส่วนงานใน JAMA (Singh et al., 2000) ให้ผู้ป่วย 20 คนกินแคลเซียม 1,200 มก./วัน (แคลเซียมคาร์บอเนต) พร้อมยานาน 3 เดือน ค่า TSH เฉลี่ยขึ้นจาก 1.6 เป็น 2.7 mIU/L และ 20% ของผู้ป่วยมีค่าเกินช่วงปกติ

ทั้งสองงานใช้แร่ธาตุขนาดสูงกว่าวิตามินรวมทั่วไปมาก และเราไม่พบงานที่วัดกับวิตามินรวมโดยตรง แต่ฉลากยาไม่ได้แยกตามขนาด เราจึงนับวิตามินรวมที่มีเหล็กหรือแคลเซียมว่าเข้าข่ายด้วย ถ้ากินยาตอนเช้า ก็ย้ายวิตามินรวมไปมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น และเวลาไปตรวจค่าไทรอยด์ ควรบอกแพทย์ด้วยว่าเริ่มหรือหยุดวิตามินรวม

ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลิน

NIH ODS ระบุว่ายาปฏิชีวนะ 2 กลุ่มนี้จับกับแมกนีเซียมและซิงค์ในทางเดินอาหารได้ ทำให้ดูดซึมได้น้อยลงทั้งคู่ คำแนะนำคือกินยาปฏิชีวนะก่อนอาหารเสริมอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลังอาหารเสริม 4-6 ชั่วโมง ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้คือ ซิโปรฟลอกซาซิน เลโวฟลอกซาซิน และดอกซีไซคลิน

🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
งานสลับกลุ่มใน Antimicrobial Agents and Chemotherapy (Polk et al., 1989) ในอาสาสมัครชาย 12 คน ให้ยาซิโปรฟลอกซาซิน 500 มก. พร้อมวิตามินรวมผสมซิงค์ ปริมาณยาในเลือดรวม (AUC) ลดจาก 14.5 เหลือ 11.3 ไมโครกรัม·ชม./มล. ส่วนเมื่อกินพร้อมเหล็กซัลเฟต 325 มก. วันละ 3 ครั้ง ลดเหลือ 5.4 ไมโครกรัม·ชม./มล. ผู้วิจัยสรุปว่าผลของเหล็กน่าจะมีความหมายทางคลินิก ส่วนวิตามินรวมผสมซิงค์ยังต้องศึกษาว่าสารตัวไหนเป็นตัวการ

ยาปฏิชีวนะมีหลายกลุ่ม และเอกสารที่เราเปิดพูดถึง 2 กลุ่มนี้เป็นหลัก ถ้าไม่แน่ใจว่ายาที่ได้มาอยู่กลุ่มไหน ถามเภสัชกรตอนรับยาได้เลย ถ้าจัดเวลายาก ถามด้วยว่าหยุดวิตามินรวมไว้ชั่วคราวช่วงกินยาได้ไหม

สรุปเวลาเว้นจากยา

ยา ควรจัดเวลาอย่างไร แหล่ง
เลโวไทรอกซีน (ยาไทรอยด์) ห่างจากเหล็กและแคลเซียมอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ฉลากยา · NIH ODS
ควิโนโลน · เตตราไซคลิน กินยาก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลัง 4-6 ชั่วโมง NIH ODS
ยากระดูกกลุ่มบิสฟอสโฟเนตแบบกิน ห่างจากอาหารเสริมที่มีแมกนีเซียมสูงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง NIH ODS
เลโวโดปา เหล็กอาจลดปริมาณยาที่ร่างกายได้รับ NIH ODS ไม่ได้ระบุชั่วโมง ถามเภสัชกร NIH ODS
มือผู้สูงอายุหยิบกล่องแบ่งยารายสัปดาห์ ตัวช่วยจัดเวลาวิตามินรวมให้ห่างจากยาประจำ

5. ยาวาร์ฟารินกับวิตามินเค: เรื่องนี้เว้นเวลาอย่างเดียวไม่พอ

ถ้าคุณกินยาวาร์ฟาริน ให้คุยกับแพทย์ก่อนเริ่มหรือหยุดวิตามินรวมที่มีวิตามินเค NIH ODS ระบุว่าวิตามินเคลดประสิทธิภาพของยานี้ และแนะนำให้ได้วิตามินเคจากอาหารและอาหารเสริมอย่างสม่ำเสมอ ประเด็นจึงอยู่ที่ปริมาณที่เปลี่ยนไป ส่วนเรื่องเว้นชั่วโมงเอกสารไม่ได้พูดถึง

วาร์ฟารินออกฤทธิ์ด้วยการต้านการทำงานของวิตามินเคโดยตรง NIH ODS เตือนว่าการเปลี่ยนปริมาณวิตามินเคแบบกะทันหัน ทำให้ฤทธิ์ยาเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ และวิตามินรวมส่วนใหญ่มีวิตามินเคอยู่ มักไม่ถึง 75% ของค่า DV ปริมาณนี้ดูน้อย แต่ก็เคยมีรายงานว่ามีผล

🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด (งานเล็ก)
งานทดลองใน Thrombosis and Haemostasis (Kurnik et al., 2004) ให้ผู้ที่กินวาร์ฟาริน 16 คน กินวิตามินรวมที่มีวิตามินเค 1 ขนาด 25 ไมโครกรัมทุกวันนาน 4 สัปดาห์ ค่า INR (ค่าตรวจการแข็งตัวของเลือด) ต่ำกว่าเป้าใน 9 จาก 9 คนในกลุ่มวิตามินเคต่ำ เทียบกับ 1 จาก 7 คนในกลุ่มวิตามินเคปกติ กลุ่มวิตามินเคต่ำต้องเพิ่มขนาดยา 5.3% ก่อนหน้านั้น ทีมเดียวกัน (Kurnik et al., 2003) รายงานผู้ป่วย 3 คนที่ค่า INR เปลี่ยนชัดเจนเมื่อเริ่มหรือหยุดวิตามินรวมสูตรนี้ และ 2 คนเกิดลิ่มเลือดหรือเลือดออกรุนแรง

บอกแพทย์ทุกครั้งว่าคุณกินวิตามินรวมอยู่ ถือขวดไปให้ดูปริมาณวิตามินเค และอย่าเริ่มหรือหยุดเองช่วงที่ยังไม่ได้แจ้ง NIH ODS ยังเตือนว่าวิตามินอีขนาดสูงร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพิ่มความเสี่ยงเลือดออกได้ด้วย สูตรปริมาณสูงจึงควรให้แพทย์ดูก่อนเช่นกัน

6. ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์: ดูวิตามินเอบนฉลาก

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ไม่ควรได้วิตามินเอเสริมเกิน 3,000 ไมโครกรัม RAE (10,000 IU) ต่อวัน ตามคำแนะนำที่ NIH ODS อ้างถึง เพราะวิตามินเอแบบเรตินอลในปริมาณสูงเพิ่มความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิด เรื่องนี้เกี่ยวกับสูตรมากกว่าเวลากิน ให้เปิดดูฉลากก่อนเลือก

🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด (งานติดตาม ไม่ใช่งานทดลอง)
งานติดตามหญิงตั้งครรภ์ 22,748 คน ใน New England Journal of Medicine (Rothman et al., 1995) พบว่าคนที่ได้วิตามินเอจากอาหารเสริมเกิน 10,000 IU/วัน มีทารกที่มีความผิดปกติในกลุ่มเนื้อเยื่อ cranial neural crest มากกว่าคนที่ได้ไม่เกิน 5,000 IU/วัน 4.8 เท่า ผลเกิดกับคนที่ได้ปริมาณสูงก่อนสัปดาห์ที่ 7 ของการตั้งครรภ์เป็นหลัก ผู้วิจัยประเมินว่าในกลุ่มนี้ ทารกราว 1 ใน 57 คนมีความผิดปกติที่เกี่ยวกับอาหารเสริม

วิธีอ่านฉลากมี 2 จุด จุดแรกคือรูปแบบ NIH ODS ระบุว่าความเสี่ยงนี้อยู่ที่วิตามินเอแบบสำเร็จรูป (retinol หรือ retinyl ester) เบต้าแคโรทีนไม่พบว่ามีฤทธิ์ทำให้ทารกผิดปกติ จุดที่สองคือปริมาณ NIH ODS ระบุว่าอาหารเสริมวิตามินเอขนาด 3,000 ไมโครกรัม RAE พบได้ทั่วไป และถ้ากินหลายขวดก็ต้องนับรวมกัน

NIH ODS ระบุว่าวิตามินสำหรับคนตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ไม่มีวิตามินเอแบบเรตินอลเลย ถ้าตั้งครรภ์แล้ว ให้ใช้สูตรที่แพทย์แนะนำแทนวิตามินรวมทั่วไป สูตรตามช่วงวัย และเรื่องกรดโฟลิกของคนที่อาจตั้งครรภ์ อยู่ใน วิตามินรวมตามเพศและวัย ผู้หญิง ผู้ชาย ผู้สูงอายุ เลือกอย่างไร

7. วิตามินรวมกินวันละเท่าไหร่ และเพดานที่ไม่ควรเกิน

สูตรพื้นฐานออกแบบให้กินวันละครั้ง และให้สารอาหารส่วนใหญ่ไม่เกินค่า DV ตาม NIH ODS ให้กินตามฉลาก อย่าเพิ่มเม็ดเอง ส่วนสูตรปริมาณสูงบางตัวอาจใกล้หรือเกินเพดาน (UL) ตั้งแต่แรก จึงควรเทียบกับตารางด้านล่างก่อนเริ่ม โดยนับรวมอาหารเสริมทุกขวด

ตัวเลขนี้เป็นค่าสำหรับผู้ใหญ่ที่ NIH ODS ใช้ (อิงค่า Food and Nutrition Board ของสหรัฐฯ) เพราะเรายังยืนยันค่าของกรมอนามัย ปี 2563 จากเอกสารต้นฉบับครบทุกตัวไม่ได้

สารอาหาร ผู้ชาย / ต่อวัน ผู้หญิง / ต่อวัน เพดาน (UL) ต่อวัน
วิตามินเอ 900 ไมโครกรัม RAE 700 ไมโครกรัม RAE 3,000 ไมโครกรัม (เฉพาะแบบเรตินอล)
วิตามินดี 15 ไมโครกรัม (600 IU) 15 ไมโครกรัม (600 IU) 100 ไมโครกรัม (4,000 IU)
วิตามินอี 15 มก. 15 มก. 1,000 มก.
วิตามินเค 120 ไมโครกรัม 90 ไมโครกรัม ไม่ได้กำหนด
วิตามินซี 90 มก. 75 มก. 2,000 มก.
โฟเลต 400 ไมโครกรัม DFE 400 ไมโครกรัม DFE 1,000 ไมโครกรัม (จากอาหารเสริมหรืออาหารเติมสาร)
ธาตุเหล็ก 8 มก. 18 มก. (อายุ 19-50 ปี) · 8 มก. (51 ปีขึ้นไป) 45 มก.
ซิงค์ 11 มก. 8 มก. 40 มก.
แมกนีเซียม 400-420 มก. 310-320 มก. 350 มก. (เฉพาะจากอาหารเสริม)

ที่มา: NIH ODS · วิตามินดีอายุเกิน 70 ปี ขึ้นเป็น 20 ไมโครกรัม (800 IU) · ค่าตั้งครรภ์และให้นมบุตรต่างออกไป ให้ถามแพทย์

ผักผลไม้หลากสีกับถั่ว อาหารหลักที่ควรนับรวมก่อนเทียบเพดานสารอาหารต่อวัน

NIH ODS ยกงานในคน 90,771 คน ที่พบว่าผู้ใช้วิตามินรวม 10-15% ได้วิตามินเอ เหล็ก และซิงค์เกินเกณฑ์ และ 48-61% ได้ไนอาซินเกินเกณฑ์ NIH ODS ยังระบุว่าโอกาสได้เกินจะยิ่งสูงขึ้นในคนที่กินวิตามินเดี่ยวเพิ่ม ถ้าคุณกินวิตามินรวมอยู่แล้วและจะเพิ่มวิตามินซีหรือวิตามินดีอีกขวด บวกตัวเลขบนฉลากก่อนครับ

คำถามว่ากินทุกวันจำเป็นไหม หรือหยุดพักได้ไหม อยู่ใน วิตามินรวมกินทุกวันได้ไหม และปริมาณที่ควรรู้ ส่วนคนที่ถือวิตามินรวมเม็ดสีแดงอยู่และอยากรู้ว่าสีบอกอะไร เราแยกไว้ที่ วิตามินรวมเม็ดสีแดงช่วยอะไร ทำไมสีแดง

8. เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร

กติกาการกินพร้อมมื้อใช้ได้กับผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่ ซึ่ง NIH ODS ระบุว่าสูตรพื้นฐานที่ให้สารอาหารใกล้ปริมาณแนะนำถือว่าใช้ได้ ส่วนคนที่กินยาบางตัว ตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ หรือสะสมเหล็กเกิน ต้องดูเงื่อนไขของตัวเองก่อนเรื่องเวลา

อาจใช้กติกาทั่วไปได้

  • ผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่มียาประจำ และเลือกสูตรพื้นฐานวันละเม็ด
  • คนที่กินเม็ดเดียว ไม่ได้กินวิตามินเดี่ยวซ้อน
  • คนที่มีมื้อประจำให้ผูกเวลาได้

ไม่เหมาะ หรือต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

  • คนกินยาไทรอยด์ ยาวาร์ฟาริน ยาเลโวโดปา หรือยาบิสฟอสโฟเนต
  • คนที่กำลังกินยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลิน
  • คนตั้งครรภ์ อาจตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • คนสูบบุหรี่หรือเคยสูบ (เลี่ยงสูตรที่มีเบต้าแคโรทีนหรือวิตามินเอสูง)
  • คนที่มีภาวะเหล็กเกิน เช่น โรคฮีโมโครมาโทซิส

9. ข้อควรระวังก่อนกินวิตามินรวม

ยาบางตัว การตั้งครรภ์ และการกินหลายขวดซ้อนกันจนเกินเพดาน ต้องระวังมากกว่าเรื่องเวลา ถ้ากินยาประจำ ให้ถามเภสัชกรก่อนเริ่มทุกครั้ง และเอาขวดวิตามินรวมไปด้วย เพราะสูตรแต่ละตัวต่างกันมาก

⚠️ ข้อควรระวัง

  • ยาเลโวไทรอกซีน: เว้นจากเหล็กและแคลเซียมอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
  • ยาปฏิชีวนะควิโนโลนและเตตราไซคลิน: กินยาก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลัง 4-6 ชั่วโมง
  • ยาวาร์ฟาริน: ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มหรือหยุดวิตามินรวมที่มีวิตามินเค และแจ้งแพทย์ทุกครั้งที่ตรวจ INR
  • ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์: วิตามินเอเสริมไม่เกิน 3,000 ไมโครกรัม RAE/วัน ใช้สูตรที่แพทย์แนะนำ
  • คนสูบบุหรี่หรือเคยสูบ: NIH ODS แนะนำให้เลี่ยงสูตรที่มีเบต้าแคโรทีนหรือวิตามินเอปริมาณสูง
  • กินหลายขวดซ้อนกัน: นับรวมทุกตัวก่อนเทียบเพดาน เช่น ธาตุเหล็กผู้ใหญ่ 45 มก./วัน ซิงค์ 40 มก./วัน
  • มีอาการผิดปกติหลังกิน: หยุดและปรึกษาเภสัชกร พร้อมนำขวดไปให้ดูส่วนผสม

10. คำถามที่พบบ่อย

วิตามินรวมกินตอนไหนดีที่สุด เช้าหรือก่อนนอน?

เราไม่พบงานทดลองในคนที่เทียบเช้ากับก่อนนอนโดยตรง เวลาที่ดีคือพร้อมมื้อที่คุณกินทุกวันและมีไขมันบ้าง เพราะวิตามินเอ ดี อี เค ละลายในไขมัน ถ้ากินยาไทรอยด์ตอนเช้า ให้ย้ายวิตามินรวมไปมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น เพื่อเว้นให้ห่างอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

กินวิตามินรวมตอนท้องว่างได้ไหม?

กินได้ แต่จะเสียข้อดีของมื้ออาหารไป งานวิตามินดีและอีเดี่ยวพบว่าไขมันในมื้อช่วยการดูดซึม และ NIH ODS ระบุว่าการกินเหล็กเสริมพร้อมอาหารช่วยลดอาการไม่สบายท้อง ถ้ากินท้องว่างแล้วคลื่นไส้ ย้ายไปพร้อมมื้อก่อน ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้หยุดและถามเภสัชกร

กินวิตามินรวมพร้อมกาแฟได้ไหม?

เราไม่พบข้อห้ามในเอกสาร NIH ODS แต่กาแฟและชามีโพลีฟีนอลที่ลดการดูดซึมเหล็กจากมื้ออาหารได้ 50-90% ตามปริมาณโพลีฟีนอล ถ้าคุณกินสูตรที่มีเหล็กเพื่อเติมเหล็กโดยตรง กลืนเม็ดกับน้ำเปล่าแล้วเก็บกาแฟไว้ดื่มตอนอื่น

กินวิตามินรวมพร้อมยาไทรอยด์ได้ไหม?

ไม่ควรกินพร้อมกัน ฉลากยาเลโวไทรอกซีนระบุว่าเหล็กและแคลเซียมลดการดูดซึมยา และไม่ควรกินยาภายใน 4 ชั่วโมงจากอาหารเสริมเหล่านี้ ถ้ากินยาตอนเช้าก่อนอาหาร ให้ย้ายวิตามินรวมไปมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น แล้วบอกแพทย์ด้วยเวลาไปตรวจค่าไทรอยด์

กำลังกินยาฆ่าเชื้อ กินวิตามินรวมได้ไหม?

ขึ้นกับกลุ่มยา ถ้าเป็นควิโนโลนหรือเตตราไซคลิน NIH ODS แนะนำให้กินยาก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือหลังอาหารเสริม 4-6 ชั่วโมง เพราะแร่ธาตุจับกับยาจนดูดซึมได้น้อยลง ถ้าไม่แน่ใจว่ายาอยู่กลุ่มไหน ให้ถามเภสัชกรตอนรับยา

กินวิตามินรวมพร้อมวิตามินซีหรือวิตามินเดี่ยวตัวอื่นได้ไหม?

ได้ แต่ต้องบวกปริมาณจากทุกขวดก่อน NIH ODS ระบุว่าคนกินวิตามินรวมคู่กับวิตามินเดี่ยวมีโอกาสได้สารบางตัวเกินเพดานมากขึ้น เช่น วิตามินซีเพดานอยู่ที่ 2,000 มก./วัน และวิตามินดี 4,000 IU/วัน ส่วนแคลเซียมเม็ดควรแยกจากเหล็กเม็ดคนละเวลา

ตั้งครรภ์อยู่ กินวิตามินรวมทั่วไปได้ไหม?

ควรถามแพทย์ก่อน และส่วนใหญ่ควรใช้สูตรสำหรับคนตั้งครรภ์ NIH ODS ระบุว่าวิตามินเอแบบเรตินอลที่เกินปริมาณเพิ่มความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิด คำแนะนำคือไม่เกิน 3,000 ไมโครกรัม RAE/วัน และสูตรตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ไม่มีเรตินอล เบต้าแคโรทีนไม่พบว่ามีฤทธิ์นี้

สรุป

วิตามินรวมไม่มีเวลาที่ดีที่สุดที่งานวิจัยยืนยัน กินพร้อมมื้อที่คุณกินทุกวันและมีไขมันบ้างก็พอ เรื่องที่ต้องจริงจังกว่าคือยา เลโวไทรอกซีนเว้นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ยาปฏิชีวนะควิโนโลนกับเตตราไซคลินกินก่อน 2 ชั่วโมงหรือหลัง 4-6 ชั่วโมง วาร์ฟารินต้องคุยกับแพทย์ คนตั้งครรภ์ดูวิตามินเอบนฉลาก และบวกทุกขวดก่อนเทียบเพดาน

📚 แหล่งอ้างอิง

21 แหล่ง
  1. NIH Office of Dietary Supplements: Multivitamin/mineral Supplements, Fact Sheet for Health Professionals
  2. NIH Office of Dietary Supplements: Iron, Fact Sheet for Health Professionals
  3. NIH Office of Dietary Supplements: Calcium, Fact Sheet for Health Professionals
  4. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin A and Carotenoids, Fact Sheet for Health Professionals
  5. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin K, Fact Sheet for Health Professionals
  6. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin D, Fact Sheet for Health Professionals
  7. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin E, Fact Sheet for Health Professionals
  8. NIH Office of Dietary Supplements: Vitamin C, Fact Sheet for Health Professionals
  9. NIH Office of Dietary Supplements: Folate, Fact Sheet for Health Professionals
  10. NIH Office of Dietary Supplements: Zinc, Fact Sheet for Health Professionals
  11. NIH Office of Dietary Supplements: Magnesium, Fact Sheet for Health Professionals
  12. Drugs.com: Levothyroxine Sodium Tablets, Prescribing Information
  13. PubMed: Dawson-Hughes B, et al. Dietary fat increases vitamin D-3 absorption. J Acad Nutr Diet. 2015;115(2):225-230
  14. PubMed: Jeanes YM, et al. The absorption of vitamin E is influenced by the amount of fat in a meal and the food matrix. Br J Nutr. 2004;92(4):575-9
  15. PubMed: Hurrell RF, et al. Inhibition of non-haem iron absorption in man by polyphenolic-containing beverages. Br J Nutr. 1999;81(4):289-95
  16. PubMed: Campbell NR, et al. Ferrous sulfate reduces thyroxine efficacy in patients with hypothyroidism. Ann Intern Med. 1992;117(12):1010-3
  17. PubMed: Singh N, et al. Effect of calcium carbonate on the absorption of levothyroxine. JAMA. 2000;283(21):2822-5
  18. PubMed: Polk RE, et al. Effect of ferrous sulfate and multivitamins with zinc on absorption of ciprofloxacin in normal volunteers. Antimicrob Agents Chemother. 1989;33(11):1841-4
  19. PubMed: Kurnik D, et al. Over-the-counter vitamin K1-containing multivitamin supplements disrupt warfarin anticoagulation in vitamin K1-depleted patients. Thromb Haemost. 2004;92(5):1018-24
  20. PubMed: Kurnik D, et al. Multivitamin supplements may affect warfarin anticoagulation in susceptible patients. Ann Pharmacother. 2003;37(11):1603-6
  21. PubMed: Rothman KJ, et al. Teratogenicity of high vitamin A intake. N Engl J Med. 1995;333(21):1369-73

ข้อมูลเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ บทความนี้สรุปจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงด้านบน ไม่ได้ใช้แทนคำวินิจฉัยของแพทย์ ก่อนเริ่มกินอาหารเสริมใด ๆ โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว กินยาอยู่ สูบบุหรี่ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
เขียนโดย เวล · ทีม mywellthy · อัปเดตล่าสุด 4 พ.ย. 2569

โฆษณา
เวล — ผู้เขียน mywellthyนักเขียนสายสุขภาพของ mywellthy อ่านงานวิจัยแล้วสรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย บอกตรง ๆ ว่าอะไรมีหลักฐานแค่ไหน และควรระวังอะไร (ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร)ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · บางลิงก์เป็นลิงก์ affiliate