
ในบทความนี้6 หัวข้อ
แมกนีเซียมจากอาหารเสริมมักทำให้ท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง และคลื่นไส้ เมื่อกินขนาดสูงหรือบางรูปแบบ ส่วนแมกนีเซียมในเลือดสูงจนอันตรายพบน้อยมาก และมักเกิดกับคนไตทำงานไม่ดี หรือคนที่ใช้ยาระบายและยาลดกรดขนาดสูงมากครับ
หน้านี้ตอบเรื่องโทษและผลข้างเคียงล้วน ๆ ส่วนภาพรวมว่าแมกนีเซียมทำอะไรในร่างกาย อยู่ที่ แมกนีเซียมคืออะไร ช่วยอะไร อาจช่วยกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้อย่างไร
TL;DRสรุปสั้นๆ อ่าน 30 วิ
โทษที่พบบ่อยคือเรื่องท้อง ส่วนโทษรุนแรงเกิดน้อยและมีปัจจัยร่วมเกือบทุกราย
- ที่พบบ่อยสุด: ท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง คลื่นไส้ งานรวม 11 งานทดลองพบอาการทางเดินอาหารตั้งแต่ราว 11% ถึง 37% ในกลุ่มแมกนีเซียม เทียบ 10% ถึง 14% ในกลุ่มยาหลอก แล้วแต่งาน (🟡)
- ขนาด: คณะกรรมการวิทยาศาสตร์ด้านอาหารของยุโรปไม่พบอาการระบายถึง 250 มก./วัน และพบในคนส่วนน้อยที่ราว 360-365 มก./วัน (🟡)
- อันตรายจริงจัง: แมกนีเซียมในเลือดสูง พบน้อย มักเกิดกับไตวายหรือการใช้ยาระบายและยาลดกรดวันละหลายพันมิลลิกรัม (⚪)
- ควรระวังเป็นพิเศษ: ไตทำงานไม่ดี ผู้สูงอายุที่ท้องผูกหรือสื่อสารอาการยาก และคนที่ใช้แมกนีเซียมจากหลายแหล่งพร้อมกัน
1. แมกนีเซียมมีโทษอะไรบ้าง
โทษที่พบบ่อยที่สุดคือท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง และคลื่นไส้ ส่วนโทษรุนแรงคือแมกนีเซียมในเลือดสูง ซึ่งพบน้อยและมักมีปัจจัยร่วม MedlinePlus ระบุว่าผลข้างเคียงจากแมกนีเซียมสูงพบไม่บ่อย ยกเว้นในคนที่ไตทำงานลดลงมาก เพราะปกติร่างกายขับส่วนเกินออกเอง
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
งานทบทวนของ Cochrane (Garrison et al., 2020) รวม 11 งานทดลอง 735 คน ที่ให้แมกนีเซียมเพื่อดูผลต่อตะคริว และเก็บข้อมูลผลข้างเคียงจากทุกงาน พบว่าผลข้างเคียงรุนแรงไม่ต่างจากยาหลอก (2 จาก 72 คน เทียบ 3 จาก 68 คน) แต่ผลข้างเคียงเล็กน้อยพบในกลุ่มแมกนีเซียมมากกว่าเล็กน้อย (หลักฐานคุณภาพต่ำ) ส่วนใหญ่เป็นอาการทางเดินอาหารอย่างท้องเสีย พบ 11% ถึง 37% ของคนในกลุ่มแมกนีเซียมแล้วแต่งาน เทียบกับ 10% ถึง 14% ในกลุ่มยาหลอก
กลุ่มที่ศึกษาคือคนที่มีตะคริว เช่น ผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ ขนาดและรูปแบบแมกนีเซียมต่างกันในแต่ละงาน ตัวเลขนี้จึงเป็นภาพกว้าง ๆ ไม่ใช่อัตราของแมกนีเซียมแต่ละชนิด
สังเกตว่ากลุ่มยาหลอกก็มีอาการท้องบ้างราว 1 ใน 10 จึงไม่ใช่ทุกอาการท้องที่มาจากแมกนีเซียม
2. ท้องเสียและปวดเกร็งท้อง กินเท่าไหร่เริ่มเป็น
ท้องเสียเกิดเมื่อแมกนีเซียมที่ไม่ถูกดูดซึมค้างอยู่ในลำไส้แล้วดึงน้ำเข้าไป SCF ระบุว่ายังไม่เคยมีหลักฐานว่าแมกนีเซียมที่มากับอาหารตามธรรมชาติทำให้ท้องเสียในคนสุขภาพดี แต่เกลือแมกนีเซียมที่แตกตัวง่ายในอาหารเสริมและยา รวมออกไซด์ที่เจอกรดในกระเพาะแล้ว ให้ฤทธิ์ระบายตามขนาดที่กิน
SCF ยังระบุว่าท้องเสียเล็กน้อยเป็นผลที่ไวที่สุด คือโผล่ที่ขนาดต่ำกว่าผลอื่น เหมือนไฟเตือนบนหน้าปัดรถที่ติดก่อนเครื่องจะมีปัญหา
🔬 งานวิจัยบอกว่า · 🟡 หลักฐานจำกัด
ในเอกสารปี 2001 ที่ EFSA เผยแพร่ SCF สรุปว่าไม่พบอาการระบายในผู้ใหญ่ รวมคนตั้งครรภ์และให้นมบุตร ที่ขนาดแมกนีเซียมแท้ไม่เกิน 250 มก./วัน และพบท้องเสียเล็กน้อยในคนส่วนน้อยที่ราว 360-365 มก./วัน แต่ตารางงานที่ SCF รวบรวมไว้แสดงว่าสัดส่วนต่างกันมาก หญิงอายุเฉลี่ย 28 ปีที่กินแอสปาร์เทต 365 มก./วัน นาน 26 สัปดาห์ ท้องเสีย 1 จาก 278 คน ผู้สูงอายุเฉลี่ย 71 ปีที่กินแลคเตตซิเตรต 365 มก./วัน นาน 6 สัปดาห์ ท้องเสีย 4 จาก 17 คน และคนที่กินออกไซด์แบบแคปซูล 476 มก./วัน นาน 8.5 สัปดาห์ ท้องเสีย 18 จาก 50 คน หรือ 36%
งานเหล่านี้ออกแบบต่างกันและเก่า เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ แต่ชี้ว่าขนาด ชนิดเกลือ รูปแบบเม็ด และตัวคน มีผลร่วมกัน

SCF ให้ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์สามข้อ ข้อแรก ลำไส้ปรับตัวต่อแมกนีเซียมขนาดสูงขึ้นได้มากภายในไม่กี่วัน ข้อสอง ขนาดต่อวันเท่าเดิมทนได้ดีกว่าเมื่อแบ่งหลายมื้อ ข้อสาม รูปแบบของเม็ดอาจมีผล และกลุ่มยาหลอกในหลายงานก็ท้องเสียบ้าง
ถ้าท้องเสียหลังเริ่มกิน ให้ลดขนาดหรือแบ่งมื้อพร้อมอาหาร ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้หยุดแล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร วิธีนับแมกนีเซียมแท้ต่อวันจากทุกฉลากและเพดานที่ใช้อยู่ที่ แมกนีเซียมกินทุกวันได้ไหม ปริมาณที่เหมาะต่อวัน
3. แมกนีเซียมในเลือดสูง สัญญาณเตือนและกินมากแค่ไหน
แมกนีเซียมในเลือดสูง (hypermagnesemia) เกิดน้อย MedlinePlus ระบุว่าส่วนใหญ่เกิดในคนที่ไตวาย และพบน้อยมากถ้าได้จากอาหารอย่างเดียว ส่วนแมกนีเซียมที่เกินจากการกิน มักมาจากอาหารเสริม ยาระบาย ยาลดกรด หรือยาตามใบสั่งบางชนิด
อาการที่ควรรู้จัก แบ่งตามความรุนแรงได้ดังนี้
| สัญญาณ | พบบ่อยแค่ไหน | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| ท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง คลื่นไส้ | พบบ่อยที่สุดจากอาหารเสริม | ลดขนาด แบ่งมื้อ ถ้าไม่ดีขึ้นให้หยุดและปรึกษาแพทย์ |
| คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ความดันโลหิตต่ำ | พบน้อย มักเป็นสัญญาณว่าระดับในเลือดเริ่มสูงในคนที่ไตทำงานไม่ดีหรือใช้ยาระบายและยาลดกรดขนาดสูง | หยุดกินและไปพบแพทย์ |
| หายใจช้าหรือตื้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ (ระดับสูงมากอาจถึงหัวใจหยุดเต้น) | พบน้อยมาก มีรายงานเฉพาะระดับสูงมาก | ไปห้องฉุกเฉินทันที |
ที่มา: MedlinePlus (NIH) · EFSA/SCF · สัญญาณระดับกลางเป็นอาการที่รายงานในผู้ป่วยแมกนีเซียมในเลือดสูง ไม่ใช่อาการเฉพาะของแมกนีเซียม
ขนาดที่เคยมีรายงานปัญหาสูงกว่าเพดานอาหารเสริมมาก
🔬 งานวิจัยบอกว่า · ⚪ หลักฐานยังน้อย (รายงานผู้ป่วย)
เอกสาร SCF/EFSA สรุปว่ามีรายงานพิษจากแมกนีเซียมในเลือดสูงไม่มาก ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ยาระบายหรือยาลดกรดครั้งละมากกว่า 2,500 มก. มีงานหนึ่งพบผู้ป่วยสูงอายุ 12 คนจากผู้ป่วยรับใหม่ 19,761 คนที่แมกนีเซียมในเลือดสูง ได้ซิเตรตหรือไฮดรอกไซด์ทางปากวันละ 2,000-6,300 มก. หรือราว 6 ถึง 18 เท่าของเพดานอาหารเสริม 350 มก./วันของสหรัฐฯ อาการที่พบบ่อยที่สุดคือความดันต่ำ มี 2 คนเสียชีวิตจากความดันต่ำที่แก้ไม่หาย ซึ่งแมกนีเซียมอาจมีส่วน และส่วนใหญ่มีโรคลำไส้ร่วมด้วย อีกรายเป็นหญิงอายุ 69 ปีที่ใช้ยาลดกรดวันละราว 24,000 มก. จนหายใจช้า และฟื้นตัวได้
รายงานผู้ป่วยจากญี่ปุ่น (Yamaguchi et al., 2019) พบผู้สูงอายุ 4 รายที่ไตทำงานไม่ดี ท้องผูก และกินแมกนีเซียมออกไซด์จนมีอาการ 1 รายเสียชีวิต หลายรายสื่อสารอาการเองไม่ได้ รายงานแบบนี้บอกว่าเกิดได้ ไม่ได้บอกว่าเกิดบ่อยแค่ไหน
กรณีที่ยกมาข้างต้นเกี่ยวกับขนาดสูงมาก หรือคนที่ร่างกายขับแมกนีเซียมได้น้อย ไม่มีกรณีไหนเป็นการกินตามฉลากในคนสุขภาพดี
4. ใครควรระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มต่อไปนี้ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินแมกนีเซียมเสริม
- ไตทำงานไม่ดี: MedlinePlus ระบุว่าไตวายเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของแมกนีเซียมในเลือดสูง และฉลากยาออกไซด์ใน DailyMed เตือนให้ถามแพทย์ถ้าเป็นโรคไต
- ผู้สูงอายุที่ท้องผูกหรือสื่อสารอาการยาก: เหมือนกลุ่มในรายงานจากญี่ปุ่น SCF ระบุว่าอายุมากอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยง แต่ไตเสียหายรุนแรงเป็นปัจจัยเสี่ยง และคาดว่าโรคลำไส้อาจทำให้ดูดซึมมากขึ้น
- คนที่ใช้แมกนีเซียมหลายแหล่ง: อาหารเสริม วิตามินรวม ยาระบาย และยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม ให้นับรวมกัน
- ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร: SCF ไม่พบอาการระบายถึง 250 มก./วันในกลุ่มนี้ แต่ควรถามแพทย์ก่อนเลือกกินเอง
- เด็ก: SCF ตั้งเพดานให้เด็กตั้งแต่ 4 ปี ส่วนเด็ก 1-3 ปีไม่มีเพดานเพราะข้อมูลไม่พอ ควรให้แพทย์เป็นผู้กำหนด

เรื่องยาที่ต้องเว้นระยะจากแมกนีเซียม เป็นปัญหาคนละแบบกับผลข้างเคียงในหน้านี้ ตารางยาและระยะห่างอยู่ที่ แมกนีเซียมกินตอนไหน ห้ามกินกับอะไร ต่อวันเท่าไหร่
5. ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้อย่างไร
มีสี่ข้อที่มีแหล่งอ้างอิงรองรับ
- นับรวมทุกแหล่ง เพราะ MedlinePlus ชี้ว่าแมกนีเซียมเกินมักมาจากอาหารเสริมและยาระบายหรือยาลดกรด ไม่ใช่จากอาหาร
- แบ่งมื้อ ถ้าขนาดต่อวันสูงหรือท้องเสียง่าย ตามที่ SCF ระบุว่าทนได้ดีกว่า
- ลดขนาดเมื่อท้องเสีย แล้วค่อยปรับ เพราะลำไส้ปรับตัวได้
- ให้แพทย์ตรวจแมกนีเซียมในเลือด ถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเริ่มหรือเพิ่มขนาด ตามที่ผู้เขียนรายงานจากญี่ปุ่นแนะนำ
ถ้าคุณกินแบบเม็ดฟู่ จะมีผลข้างเคียงอีกชุดคือโซเดียมกับโพแทสเซียมที่มากับฟอง ตัวเลขและวิธีอ่านฉลากอยู่ที่ แมกนีเซียมเม็ดฟู่ ต่างจากเม็ดทั่วไปไหม
⚠️ ข้อควรระวัง
- ไตทำงานไม่ดี: ร่างกายขับแมกนีเซียมส่วนเกินได้น้อยลง ถามแพทย์ก่อนกินทุกครั้ง
- ยาระบายและยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม: นับรวมกับอาหารเสริม อย่ากินซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว
- สัญญาณที่ต้องหยุด: คลื่นไส้อาเจียนมาก อ่อนเพลีย หน้ามืดความดันต่ำ หายใจช้า หรือใจสั่นผิดปกติ ให้หยุดกินและไปพบแพทย์
- ผู้สูงอายุที่สื่อสารอาการยาก: ผู้ดูแลควรสังเกตอาการแทน และปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจระดับในเลือด
- ขนาดสูงกว่าเพดาน: ใช้เมื่อแพทย์สั่งเท่านั้น
- ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก หรือมีโรคประจำตัว: ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
6. คำถามที่พบบ่อย
โทษที่พบบ่อยที่สุดคือท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง และคลื่นไส้ โดยเฉพาะเมื่อกินขนาดสูงหรือบางรูปแบบ ส่วนแมกนีเซียมในเลือดสูงจนอันตรายพบน้อย และมักเกิดกับคนไตทำงานไม่ดีหรือใช้ยาระบายและยาลดกรดวันละหลายพันมิลลิกรัม
ลดขนาดต่อวันหรือแบ่งกินพร้อมอาหารหลายมื้อ SCF ระบุว่าแบ่งมื้อทนได้ดีกว่า และลำไส้ปรับตัวได้ภายในไม่กี่วัน ถ้ายังท้องเสียต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นร่วม ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
เริ่มจากท้องเสียและปวดเกร็ง ถ้าระดับในเลือดสูงขึ้นอาจมีคลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย และความดันต่ำ ที่สูงมากมีรายงานหายใจช้า อาการเหล่านี้พบน้อยและเกี่ยวกับขนาดสูงมากหรือคนที่ไตทำงานไม่ดี
ในคนที่ไตปกติ ร่างกายขับส่วนเกินออกเอง ตามที่ MedlinePlus ระบุ เรายังไม่พบรายงานในแหล่งที่เปิดอ่านว่ากินตามฉลากทำให้ไตของคนสุขภาพดีเสียหาย แต่คนที่ไตทำงานไม่ดีอยู่แล้วเสี่ยงที่แมกนีเซียมจะสะสมในเลือด จึงต้องถามแพทย์
ไม่ใช่การห้ามเด็ดขาด แต่คนที่ไตทำงานไม่ดี ผู้สูงอายุที่ท้องผูกหรือสื่อสารอาการยาก และคนที่ใช้แมกนีเซียมหลายแหล่ง ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็กก็ควรถามก่อนเช่นกัน
ควรถามเภสัชกรก่อน เพราะยาระบายบางชนิดมีแมกนีเซียมเป็นตัวยาหลัก และ MedlinePlus ระบุว่าแมกนีเซียมเกินมักมาจากอาหารเสริมกับยาระบาย ถ้ากินพร้อมกัน ให้บวกแมกนีเซียมแท้จากทั้งสองอย่างก่อน
สรุป
โทษของแมกนีเซียมที่พบบ่อยคือท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง และคลื่นไส้ ซึ่งมักลดลงเมื่อลดขนาดหรือแบ่งมื้อ ส่วนแมกนีเซียมในเลือดสูงพบน้อยและเกิดกับคนไตทำงานไม่ดีหรือขนาดสูงมากเป็นหลัก ให้นับทุกแหล่ง หยุดเมื่อมีสัญญาณเตือน และถามแพทย์ก่อนถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
📚 แหล่งอ้างอิง
7 แหล่ง
- PubMed: Garrison SR, et al. Magnesium for skeletal muscle cramps. Cochrane Database Syst Rev. 2020
- EFSA: Tolerable upper intake levels for vitamins and minerals (2006), ภาคผนวกความเห็นของ SCF เรื่องแมกนีเซียม
- PubMed: Yamaguchi H, et al. Severe hypermagnesemia induced by magnesium oxide ingestion: a case series. CEN Case Rep. 2019
- MedlinePlus (NIH): Magnesium in diet
- MedlinePlus (NIH): Magnesium blood test
- DailyMed (NIH): Magnesium oxide 400 mg tablet, ฉลากยา
- PubMed: Costello R, et al. Perspective: Call for Re-evaluation of the Tolerable Upper Intake Level for Magnesium Supplementation in Adults. Adv Nutr. 2023
ข้อมูลเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ บทความนี้สรุปจากงานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงด้านบน ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยหรือรักษาโดยแพทย์ ก่อนเริ่มกินอาหารเสริมใด ๆ โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว กินยาอยู่ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เขียนโดย เวล · ทีม mywellthy · อัปเดตล่าสุด 6 พ.ย. 2569






